[Inuyasha Fiction]The Way of Me and You ตอนที่ 1
posted on 04 Apr 2009 12:16 by melanie in Fiction, Inuyashaสวัสดีค่ะ ท่านที่กำลังอ่านฟิคชั่นเรื่องนี้อยู่... ไม่ว่าจะนักอ่านคนใหม่หรือท่านเดิมที่อ่านต่อมาจาก Follow me My Love ฟิคชั่นเรื่องนี้ เป็นฟิคที่ผู้แต่งอยากจะต่อเติมความสมบูรณ์ของเรื่อง FMML เพราะในตอนสุดท้ายทางผู้แต่งตัดเรื่องราวช่วงที่รินอายุราว 12-15 ไป เพราะไม่อยากให้เนื้อเรื่องยาวเกิน แต่เมื่อมานั่งคิดๆ ดูแล้ว ก็อยากเน้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้มากกว่านี้ จึงถือกำเนิดเป็นฟิคชั่นเรื่องนี้ขึ้นมา เนื้อหาของตอนนี้จะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อความรู้สึกของรินที่มีต่อเส็ทโชมารุว่าจะไปในทิศทางใด มีเรื่องใดเกิดขึ้นบ้าง ท่านที่อ่าน FMML มาแล้วคงจะทราบว่าจบเช่นไร แต่ที่ข้าพเจ้าเขียนเรืองนี้ขึ้นมาเพราะอยากให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์ และอยากจะให้ทั้งคู่ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆเพื่อบทสรุปสุดท้ายความรักระหว่างมนุษย์และปีศาจค่ะ ขอฝาก The Way of me and you ไว้ด้วยนะคะ
ปล. เนื้อหาบางตอนอาจมีความรุนแรงทางเพศหรือภาษา ติดเรท น13+ หรือ 18+ (จะพยายามไม่ให้เป็น ฉ ค่ะ -*-) ก็ขออภัยมาณ ที่นี้ด้วย เป็นส่วนบทเนื้อเรื่อง ปปล. บางตอนอีกเช่นกัน ข้าพเจ้าอาจรังแกตัวละครไปบ้าง ขออภัยมาณที่ด้วย
Fiction Inuyasha : The Way of Me And You
By : M_Black
Style : Drama , Romantic
Paring : Sesshoumaru & Rin
*********************************
ตอนที่ 1 ความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนไป
******************************************
...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...
...รินจะขออยู่ข้างๆท่านเส็ทโชมารุตลอดไป...
...แม้ว่าสักวันหนึ่ง...
...คนที่ยืนเคียงข้างท่านจะไม่ใช่รินก็ตาม...
******************************************
บรรยากาศที่เงียบเชียบภายในห้องโถงของปราสาทประจำตระกูลสุนัขอสูร สร้างความตึงเครียดให้กับชายหนุ่มผู้หนึ่งที่นั่งนิ่งอยู่บนตั่งเคียงข้างกับหญิงสาวผมสีเงินยาวและชุดกิโมโนหรูหรา ใบหน้าคมเฝ้าแต่จับจ้องไปที่เด็กสาววัยไม่เกิน 15 ปีที่นั่งอยู่กลางห้องโถงรายล้อมด้วยเหล่าบรรดาญาติๆปีศาจของเขา และบ่าวรับใช้อาวุโสอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากเขาแล้ว คนอื่นๆก็พากันจ้องมองเธอเฉกเช่นกัน
" เจ้าจะว่าอย่างไรริน? " หญิงสาวผมสีเงินถาม เด็กสาวเอ่ยตอบทันที
" รินจะอยู่เองค่ะ "
" เจ้าแน่ใจรึ มันห่างไกลจากตัวปราสาทใหญ่มากนะ " จาเค็นที่นั่งอยู่หลังเซ็ทโชมารุถาม รินยิ้มก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัดให้ทุกคนได้ยินพร้อมกัน
" ค่ะ รินจะอยู่เองค่ะ " เด็กสาวรับคำมั่นเหมาะ คนที่มีอายุมากที่สุดในที่ประชุมหลับตาลงก่อนจะลุกขึ้นยืน
" ตกลง แม่หนูรินจะอยู่ที่นี้ โดยอยู่ที่ตำหนักหลังเล็กทางปีกเหนือของปราสาทตกลงไหม " เหล่าญาติๆพยักหน้าตกลง นี่เป็นการกระทำที่แปลกมากนักกับการนำมนุษย์เข้ามาอยู่อาศัยในปราสาทของเผ่าพันธุ์สุนัขอสูร ยังไม่เคยมีใครทำเช่นนี้เลยแม้แต่เจ้าของปราสาทคนก่อนที่มีอนุภรรยาเป็นมนุษย์ นางก็ไม่เคยได้เข้ามาอยู่ในปราสาท การจะกระทำการเฉกเช่นนี้จึงต้องผ่านการเห็นชอบจากคนในตระกูลและบ่าวรับใช้อาวุโสที่มาเป็นพยานด้วย พวกเขามองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าตกลงเช่นเดียวกัน
" ข้าจะให้คนตระเตรียมห้องของเจ้าไว้ " หญิงสาวผมเงินว่า
" ขอบพระคุณค่ะ " เด็กสาวค้อมหัวคำนับ ทันทีที่ผู้เป็นประธานในที่ประชุมเดินออกไปนอกห้อง คนอื่นๆก็พากันทยอยออกไป ทิ้งไว้แต่รินกับจาเค็นที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ต่อ
" ฟู่... รินเกร็งแทบแย่แน่ะค่ะ ท่านจาเค็น "
" อย่าว่าแต่เจ้าเลย ข้าเองก็เกร็งเหมือนกันแหล่ะ ถูกรายล้อมด้วยญาติๆคนสำคัญของท่านเซ็ทโชมารุแบบนี้ "
" ว่าแต่...ท่านเซ็ทโชมารุไปไหนละคะ? " จาเค็นเลิกคิ้ว หันไปมองตั่งตัวข้างๆที่เป็นที่นั่งเจ้านายตัวเอง ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยสักคนเดียว
" ไปไหนกันละเนี่ย ท่านเซ็ทโชมารุ? "
ทางเดินไปตำหนักหลังใหญ่ที่ตอนนี้นายหญิงใหญ่กำลังจะเดินกลับไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเอง เธอหยุดนิ่งเมื่อรู้สึกถึงการเดินตามจากบุตรชาย
" พวกเจ้ากลับไปเตรียมห้องข้าก่อน " เธอสั่งสาวใช้ พวกหล่อนพยักหน้าก่อนจะเดินหลีกไปอย่างเรียบร้อย ทางเดินร้างผู้คนจึงมีเพียงเจ้าของปราสาทคนปัจจุบัน และว่าที่เจ้าของปราสาทคนต่อไปเท่านั้น
" มีเรื่องอะไรกับข้าล่ะ เซ็ทโชมารุ "
" เรื่องของริน...ข้าไม่... " คำพูดของชายหนุ่มถูกอีกฝ่ายขัดขึ้นมาทันที
" เจ้าตัวเขาตกลงแล้ว อย่ามากความเซ็ทโชมารุ " คนเป็นแม่พูดชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงจริงจังบอกได้ดีว่านางตัดสินใจไปแล้ว เขาจะอ้างเหตุผลอะไรขึ้นมาก็ยากที่จะฟัง เซ็ทโชมารุเงียบไป อีกฝ่ายเห็นว่าชายหนุ่มหมดเรื่องจะต่อก็เดินจากไป ปีศาจหนุ่มยืนนิ่ง แม้ใบหน้าจะเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับสับสนไปด้วยเรื่องในที่ประชุมเมื่อครู่
" ท่านเซ็ทโชมารุ " เสียงเรียกทำให้เขาหันไป รินเดินมาหาด้วยใบหน้างุนงงที่จู่ๆคนตรงหน้าก็หายไปจากห้อง
" มีอะไร ริน "
" ไม่มีอะไรหรอกค่ะ รินเห็นท่านหายไปเลยเดินออกมาดู " เด็กสาวว่า ยิ้มเริงร่าที่เห็นคนตรงหน้าดูปกติดี
" ริน ... "
" คะ? "
" เจ้าแน่ใจรึ ที่จะอยู่ที่นี้ " รินตกใจ ใบหน้าขาวซีด
" ทะ...ทำไมละคะ รินอยู่ไม่ได้เหรอคะ ทำไมละคะ ท่านเซ็ทโชมารุอย่าไล่รินเลยนะคะ รินไม่มีที่ไป " เธอว่า น้ำตาปริ่มขอบตาคู่สวย อีกฝ่ายถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดูท่าว่าที่เขาคิดว่าแม่เด็กน้อยตรงหน้านี่โตขึ้นท่าจะคิดผิด ยังดูง้องแง๊งเป็นเด็กเล็กๆเหมือนเดิม เขายกมือขึ้นเขกหัวรินเบาๆ
" ข้ายังไม่ได้พูดสักหน่อยว่าจะไล่เจ้า ถ้าจะไล่จริงข้าไล่ไปตั้งแต่มาเดินตามข้าต้อยๆ ตอนนเจ้า 7 ขวบแล้ว " รินยิ้มทั้งๆที่น้ำตาไม่ทันแห้ง
" แฮะๆ รินก็นึกว่าท่านเซ็ทโชมารุจะไล่รินเสียอีก ไม่ไล่รินนะคะ " เธอถามซ้ำ
" ริน เจ้าพอใจจริงๆเหรอที่จะอยู่ที่นั้น "
" ค่ะ ก็รินไม่มีที่ไป อยู่ที่นี่ดีกว่า ได้อยู่ใกล้ๆท่านเซ็ทโชมารุด้วยนี่คะ " เมื่อเห็นรอยยิ้มและท่าทางไม่ทุกข์ร้อน เขาก็พอคลายความกังวลไปได้บ้าง
...เจ้า...คงอยู่คนเดียวได้จริงๆ....
" ตามใจเจ้า " ชายหนุ่มว่าพลางเดินไปอีกทาง โดยที่มีเด็กสาวตัวบางเดินตามต้อยๆจนเซ็ทโชมารุต้องหันมาเอ็ดเอาว่าตามมาทำไม แต่พอเจอเหตุผลที่ว่าไม่คุ้นทางในปราสาทเลยต้องตามเขาให้พาไปห้องตัวเอง เซ็ทโชมารุเลยหมดเหตุผลจะว่า ได้แต่เดินนำรินที่ยิ้มหน้าบานอย่างไม่เกรงกลัวปีศาจรับใช้หน้าตาแปลกๆที่เดินผลัดเวรยามกันให้ขวั่ก ทั้งยังทำความรู้จักสวัสดีเขาไปทั่ว จนคนเดินนำเหนื่อยใจแต่ก็ไม่ว่าอะไรเหมือนเดิม ท่าทีของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวผมสีเงินที่ยืนหลบฉากอยู่ไม่ไกล ขมวดคิ้วด้วยความกังวลใจ
" เฮ้อ...ดูท่า...เชื้อไม่ทิ้งแถวแฮะ ดูซิ...ยอมแม่หนูนี้ซะเหลือเกิน " เธอว่า พลางจ้องมองกระดาษที่มีรูปภาพหนึ่งในมือ
" แต่กฏ...ก็ต้องเป็นกฏ "
ข้าวของจำเป็นค่อยๆถูกทยอยขนเข้ามาในห้องเล็กๆ จาเค็นคอยอยู่ช่วยรินกำกับดูแลข้าวของต่างๆ ทั้งฟูกนอน ตั่งเล็กๆ ตู้ใส่ของตัวเตี้ย ดูเหมือนจะมีแต่ของจำเป็น แต่เมื่อรินเพ่งมองดีๆก็พบว่ามีของบางอย่างมาด้วย เช่น แจกันดอกไม้ที่เครื่องเคลือบราคาสูง ภาพเขียนลายดอกไม้สีสดสวย ม่านกั้นห้องที่ทำจากไม้ลงรักอย่างดี ผ้าสีนวลทอจากไหมชั้นดีถูกขึงกับไม้สีแดงขัดเงาวาววับ ดูอย่างไรข้าวของในห้องก็เทียบได้กับเจ้าหญิงชั้นสูงเลยทีเดียว
" ท่านจาเค็นคะ ทำไมของแพงแบบนี้ถึงมาอยู่นี่ละคะ " เจ้าของห้องที่มีศักดิ์เป็นแค่เด็กสาวชาวมนุษย์ธรรมดาๆ นั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่มุมห้องขณะดูงานของพวกบ่าวรับใช้ กับปีศาจละม้ายคล้ายกบตัวเขียวที่ยืนประกบคอยช่วยดูข้าวของที่ถูกส่งมา
" พูดแล้วเหยียบ ท่านเซ็ทโชมารุส่งมาให้เจ้าน่ะแหล่ะ " จาเก็นว่า
" โธ่ ส่งมาทำไมกันคะ ห้องเล็กๆแบบนี้ ของรินไม่ได้เยอะแยะซะหน่อย "
" ทำพูดไป เจ้าไม่รู้รึว่าท่านเซ็ทโชมารุนะ เป็นห่วงที่เจ้าต้องมาอยู่ตำหนักหลังเล็กแบบนี้ "
" แหม ใจดีไม่เปลี่ยนเลย " รินพูดพลางยิ้มเมื่อนึกถึงชายหนุ่มร่างสูงผมสีเงิน ที่แม้ใครๆจะบอกว่าเย็นชา ไร้น้ำใจ แต่กับเธอแล้วเขาคือคนอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยรู้จักมา ในขณะที่นั่งยิ้มนึกถึงเซ็ทโชมารุ ร่างโปร่งบางของหญิงสาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง เรือนผมสีดำแซมปอยขาว ยาวประบ่า ดูท่าทางทะมัดทะแมงในชุดสีดำสั้นคล้ายชุดนินจาหญิง แขนมีตาข่ายดำรัดไว้ ผิวสีแทนดูแตกต่างจากคนอื่นๆนัก รินจ้องผู้มาใหม่ที่ตอนนี้กำลังคุกเข่าต่อหน้าเธอ พลางแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงชัดเจน
" ข้าชื่อคุโระยูคิค่ะ จะมารับใช้ท่านรินนับแต่วันนี้ "
" เอ่อ เรียกรินเฉยๆก็ได้ค่ะ " รินว่า เมื่อพิจารณาดูแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้ามีอายุมากกว่าเธออย่างน้อยๆก็ 5-6 ปีขึ้น
" เอ๋ " สาวรับใช้อุทานอย่างแปลกใจ
" นะคะ ท่านดูอายุมากกว่ารินตั้งเยอะ เรียกรินเฉยๆก้พอค่ะ "
" เจ้าริน นางเป็นสาวใช้ส่วนตัวของเจ้านะ " จาเก็นว่า รินขมวดคิ้ว
" ถึงจะเป็นสาวใช้....แต่คุโระยูคิซังอายุมากกว่ารินนี่คะ ท่านจาเก็น อีกอย่างนึงรินก็ไม่ใช่ท่านหญิงที่ไหน แค่คนธรรมดาๆเองนะคะ " รินแจงให้เจ้าคนพูดมากฟัง จาเก็นขมวดคิ้ว
" เออๆ ตามใจเจ้า ข้าไปก่อนนะ มีอะไรก็ถามเจ้านี่ละกัน "
" ค่า ไว้เจอกันนะคะ " เด็กสาวโบกมือลา ผู้ดูแลตัวจ้อย ก่อนจะหันไปคุโระยูคิ
" ขอรินเรียกว่า คุโระยูคิซังได้ไหมคะ? " รินถามหญิงสาวผิวแทนที่ยังดูงงกับท่าทีของนายหญิงตัวเองอยู่ แต่เธอก็ยิ้มเรียบๆตอบอีกฝ่าย
" เจ้าค่ะ ตามใจท่านหญิง "
" เรียกรินเฉยๆซีคะ " คนอายุเยอะกว่าหลุดยิ้ม
" งั้นขอเรียกรินจังจะได้ไหมคะ "
" ยินดีที่สุดเลยค่ะ คุโระยูคิซัง " เด็กสาวว่า ก่อนจะลุกขึ้นช่วยบ่าวรับใชที่ขนของเข้ามาให้ แม้จะโดนห้ามว่าไม่ต้องทำ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ดื้อได้กับเซ็ทโชมารุแล้วละก็ ไม่มีใครห้ามรินได้สักคน คุโระยูคิที่ช่วยขนของอมยิ้มเมื่อเห็นนายหญิงของตน หน้าตามอมแมมจากฝุ่นที่เกาะเครื่องเรือน แต่เธอก็ไม่มีท่าทีรังเกียจรังงอนอะไรแม้แต่น้อย พับชายแขนกิโมโนขึ้นช่วยบ่าวรับใช้ถูห้องอย่างขยันขันแข็ง จนพวกบ่าวรับใช้พากันยิ้มที่เด็กสาวไม่ใช่พวกถือภิสิทธิ์ ที่จะจิกหัวใช้เธอเหมือนพวกท่านหญิงสูงศักดิ์คนอื่นๆ รินเป็นธรรมชาติ และดูเหมือนจะไม่กลัวอะไรเลย คุโระยูคิที่กำลังยกหีบไม้ยิ้มเรียบๆ
" เป็นเด็กดีอย่างที่คาดไว้จริงๆ " เธอพูดเบาๆ
" มีอะไรเหรอคะคุโระยูคิซัง " รินถาม หญิงสาวส่ายหน้า
" ไม่มีอะไรค่ะ "
ภายในห้องที่ตกแต่งเรียบๆ ชายหนุ่มร่างสูงนั่งนิ่งอยู่บนตั่งปูฟูกหนาสีแดงเข้ม ดวงหน้างามราวกับเทพบุตรดูเคร่งเครียด เขาถอนหายใจบ่อยๆ จนคนที่เพิ่งเข้ามาอดไถ่ถามขึ้นมาไม่ได้
" กลุ้มใจอะไรรึ ลูกชาย "
" ไร้สาระ ข้าไม่ได้กลุ้มใจอะไร " เจ้าตัวตอบตามนิสัย มารดาขมวดคิ้ว
" ไอ้นิสัยแบบนี้ เลิกซะทีก็ดีนะ อีกไม่นานก็จะรับตำแหน่งแทนพ่อเจ้าแล้ว " เซ็ทโชมารุหันขวับ
" เจ้าฟังไม่ผิดหรอก ไอ้พ่อบ้าของเจ้าน่ะ ตายไปตั้งชาติกว่าแล้ว เจ้าควรจะมาดำรงตำแหน่งนี้แทนได้แล้ว " เธอว่า นั่งลงที่ตั่งใกล้ๆกับเซ็ทโชมารุ จ้องมองบุตรชายที่ดูยังตั้งตัวไม่ติดกับข่าวที่ได้รับ เธอถอนหายใจ
" เจ้าเป็นลูกชายคนโต เจ้ามีสิทธิ์ที่สุดที่จะรับตำแหน่ง " เซ็ทโชมารุนิ่งไปครู่หนึ่ง
" ข้าต้องทำอะไรบ้าง "
" ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าจะช่วยเจ้าเอง " อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรต่อ ความคิดหลายอย่างประดังเข้ามาจนไม่อาจจะเหลือที่พอให้คิดเรื่องของริน คนเป็นแม่ยิ้มน้อยๆ เมื่อรู้สึกได้ว่าลูกชาย กำลังเบนความคิดของตนเองไปที่เรื่องตำแหน่ง มากกว่าเรื่องของเด็กหญิงตัวน้อยที่ตอนนี้โตเป็นเด็กสาวหน้าตาหน้าเอ็นดูจนเธอหวั่นใจว่าคำล้อเล่นเรื่องภรรยามนุษย์จะเป็นจริงขึ้นมา หากไม่ทำอะไรที่เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ตำแหน่งของลูกชายเธอได้หายไปแน่ๆ อาจจะดูโหดร้าย แต่เพื่อผู้สืบทอดคนต่อไป และเพื่อตัวของรินเอง นี่อาจเป็นการดีที่สุดแล้ว
สายลมพัดอู้เข้ามาในห้อง จนใบไม้ใบหญ้าปลิวเข้ามาในห้องเล็กหลังตำหนักทางเหนือ เจ้าของห้องที่กำลังนั่งเล่น ฮัมเพลงไปทานไดฟุกุไป ต้องกระวีกระวาดลุกมาเก็บเป็นการใหญ่ รินหยิบใบไม้แห้งมากมายออกไปทิ้งนอกชาน สายตาทอดมองต้นไม้ใหญ่ที่ตอนนี้ใบพากันเป็นสีน้ำตาลอ่อนแก่สลับกันไปสวยน่าดูยามอยู่บนต้น แต่เมื่อมันพากันปลิวเข้ามาในห้อง และตามชานไม้นอกห้อง รินก็อดถอนใจไม่ได้
" ถอนใจบ่อยๆ ไม่ดีนะจ๊ะ รินจัง " เสียงหญิงสาวอันคุ้นหู ทำให้รินหันไปพร้อมๆกับคิ้วเรียวบางที่ขมวดกันแน่น
" คุโระยูกิซังก็...ใบไม้เยอะแบบนี้ ไม่ถอนใจไงไหวคะ "
" นั่นสินะจ๊ะ เป็นข้าข้าก็ถอนใจ " รินยิ้ม
" วันนี้คุโระยูคิซังมีอะไรหรือคะ " สาวผมดำ ผิวคล้ำหยิบบางอย่างในกล่องไม้ที่ซ่อนไว้ข้างหลังส่งให้
" อะไรเหรอคะ? "
" ชุดกิโมโนชุดใหม่จ้ะ ท่านเซ็ทโชมารุฝากมาให้ "
" จริงเหรอคะ " เด็กสาวเปิดกล่องไม้ออกดู ภายในเป็นกิโมโนสีชมพูอ่อน ปักลายกงล้อดอกไม้สีทองอ่อน สวยงามปราณีต คุโระยูคิดึงเอาห่อผ้าเล็กๆอีกห่อส่งให้
" ส่วนนี่ เป็นผ้าผูกผมจ้ะ "
" สวยจังค่ะ " รินถือห่อผ้า เตรียมจะเดินออกไปนอกห้อง คุโระยูคิดึงแขนรินทันที
" จะไปไหน รินจัง "
" รินจะไปขอบคุณท่านเซ็ทโชมารุค่ะ " คนสูงวัยกว่าหน้าซีดไปหน่อย ก่อนจะบอกเรียบๆ
" รินไปไม่ได้หรอกนะ ตอนนี้ "
" ทำไมละคะ รินไม่ได้เจอท่านเซ็ทโชมารุมาตั้งจะเป็นอาทิตย์แล้ว คิดถึงท่านจะแย่ " คำพูดใสซื่อยิ่งพาให้คนรับใช้ส่วนตัวสลดไปอีกหน่อย
" ตอนนี้ ที่ตำหนักใหญ่เขามีงานกันน่ะจ้ะ "
" งานอะไรเหรอคะ "
" งานฉลองให้กับตำแหน่งผู้สืบทอดตำแหน่งคนใหม่ของตระกูลสุนัขอสูรจ้ะ " รินเอียงคอ คุโระยูคิถอนใจก่อนจะเอ่ยต่อ
" ท่านเซ็ทโชมารุจ้ะ ท่านเซ็ทโชมารุเป็นผู้รับตำแหน่ง "
" รินไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย " เด็กสาวท้วง เมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากปากของคุโระยูคิ นับแต่เธอมาอยู่ที่นี่ ก็เหมือนจะถูกตัดออกจากสังคมของปราสาทแห่งนี้ ทั้งเซ็ทโชมารุและจาเค็นไม่ได้มาหาเธอเลยนับแต่วันนั้น ทุกครั้งที่จะไปหา ก็มักถูกห้าม ได้รับฟังมาแต่ว่า กำลังมีการประชุมสำคัญ คนนอกเข้าไปไม่ได้ รินจึงได้แต่รอ ถึงแม้จะพอสังเกตเห็นได้ว่าคนรับใช้กว่าครึ่งมักไปช่วยงานที่ตำหนักใหญ่ เธอก็ไม่ได้ไต่ถามมากนัก เพราะกี่ครั้งที่ถามก็คือไม่ได้รับคำตอบเลยแม้แต่น้อย คำถามทั้งหมดจึงถูกพับเก็บ รินเอาเวลาเกือบอาทิตย์รอคอยแต่เซ็ทโชมารุเท่านั้น
" รินจัง รินจังต้องเข้าใจนะ งานนี้เป็นงานสำคัญ มีแต่คนเก่าแก่ ทายาทสายตรง ญาติๆเท่านั้นที่จะไปเข้าร่วม รินเป็นมนุษย์ ถ้าไปมันจะดูไม่ดี " คนมากวัยกว่าให้เหตุผล รินน้ำตาซึม
" แต่รินอยู่กับท่านเซ็ทโชมารุมาตั้งแต่เด็กๆ งานแบบนี้รินควรไปแสดงความดีใจ "
" รินจ๊ะ...บางครั้งริน็ควรจะปล่อยวางบ้างนะ ตอนนี้รินโตแล้ว ท่านเซ็ทโชมารุเองก็กำลังจะเป็นผู้นำตระกูล รินอย่าทำให้ท่านลำบากใจเลย "
" คุโระยูคิซัง "
" ความจริง นับแต่รินมาอยู่ที่นี่...ท่านเซ็ทโชมารุเป็นห่วงรินมาก คอยส่งของมาให้รินตลอด วันนี้เป็นวันสำคัญ อดทนนิดได้ไหม? "
" ค่ะ รินจะอดทน " แม้จะพูดแบบนั้น แต่ดวงหน้าน่ารักก็เต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจอย่างปิดไม่มิด หยาดน้ำตายังปริ่มขอบตากลมโต เรียกเสียงถอนใจได้อย่างดีจากคุโระยูคิ เธอจับบ่าของนายหญิงที่ไม่เคยถือตัวอย่างเข้าใจ และตัดสินใจพูดบางอย่างกับริน
" เอางี้นะ...รินแต่งตัวซะนะ "
" เอ๋ "
" ข้าจะพารินไปแอบพบท่านเซ็ทโชมารุ " เด็กสาวแย้มรอยยิ้มทันที กระโดดกอดบ่าวรับใช้ชุดดำอย่างรักใคร่ ปากพร่ำขอบคุณไม่หยุด ก่อนจะวิ่งไปอีกห้องข้างๆเพื่อเปลี่ยนชุดของตน หญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งยิ้มเหนื่อยๆ เธอจ้องมองตัวเองในกระจกก่อนจะเอ่ยเบาๆ
" ...ริน...เจ้าจะรู้ไหม...ว่าตอนนี้พรหมลิขิตของเจ้ากับเซ็ทโชมารุ กำลังจะถึงจุดตัดสินแล้ว อีกไม่นานนัก เจ้าจะ..รับมันได้ไหม? "
" คุโระยูคิซัง รินแต่งตัวเสร็จแล้ว "
" จ๊ะๆ จะไปเดี๊ยวนี้ " ร่างโปร่งบางตะโกนตอบริน เธอมองกระจกอีกแค่ครู่หนึ่ง ภาพรางๆของเซ็ทโชมารุยืนคู่กับหญิงสาวร่างโปร่งผิวขาวจัดในชุดคล้ายชุดแต่งงาน ทำให้คุโระยูคิถอนหายใจพลางยิ้มเศร้าๆ เธอผายมือเบาๆรูปที่กระจกก็หายไป หญิงสาวเดินออกไปจากห้องเพื่อรินที่ไม่รู้เลยว่าคนที่กำลังพาเธอไปหาว่าที่เจ้าของปราสาทคนต่อไป ได้พูดหรือทำอะไรในห้องของเธอเอง...
ห้องโถงกว้างเหมือนท้องพระโรงของพวกราชวงศ์มนุษย์ ถูกตกแต่งด้วยภาพแขวนของเหล่าหัวหน้าผู้นำตระกูลสุนัขอสูรคนก่อนๆเรียงรายเป็นสองฝากฝั่งของห้อง แจกันเคลือบลายประดับพรรณไม้ที่มีเฉพาะในโลกของปีศาจเต็มโถดูสดชื่นแปลกตา เหล่าปีศาจมากมายหลายเผ่าพันธุ์ที่เป็นมิตรกับเผ่าสุนัขอสูรเดินกันขวั่กไขว่ รูปภาพของอดีตผ้นำคนก่อนถูกแขวนอยู่หน้าห้องอันเป็นที่นั่งรับตำแหน่งเจ้าของปราสาทและผู้นำตระกูล หญิงสาวชาวปีศาจกลุ่มหนึ่งจับจ้องไปที่ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ในชุดประจำตำแหน่งของเผ่าพันธุ์ที่หรูหรางดงาม แต่หากเทียบกับใบหน้าคมคายได้รูปของเจ้าของชุดแล้ว ชูดเหล่านั้นก็ดูไร้ค่าไปเสียมาก เซ็ทโชมารุโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงตั่งทองคำประดับอัญมณีเลอค่า เรือนผมสีเงินถูกรวบสูงไว้ ขับให้ใบหน้าที่ชวนหลงไหลยิ่งเด่นชัดมากขึ้น ข้างๆคือมารดาในชุดเต็มยศเช่นกัน ใบหน้าของนางเปื้อนรอยยิ้มอันเป็นเหมือนความภาคภูมิใจในตัวบุตรชายคนเดียวของตน
" รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง ลูกชาย "
" ไม่เห็นจะมีอะไร " เขาตอบราบเรียบตามนิสัย อีกฝ่ายยิ้มไม่ว่าอะไร เธอผละเดินออกไปต้อนรับแขกเหรื่อในงานที่พากันมาร่วมอวยพร แต่สำหรับเซ็ทโชมารุแล้วเขากลับเหนื่อยหน่ายการต้องมาตีหน้าขรึม(ถึงปกติจะทำอยู่แล้วก็ตาม) วางตัวสูงส่งว่าตนเป็นนายเหนือหัวของตระกูลขอตนเองแล้ว เขาเอนสายตาไปที่รูปภาพเหมือนของบิดา และไม่แปลกใจเลยว่าทำไมญาติๆหลายคนเคยบอกว่า พ่อเขาเป็นคนเดียวที่พอรับตำแหน่งปุ๊บ ก็หายตัวไปจากงานทันที โดยแอบหนีไปนอนกลางวันที่สนามหญ้าท้ายปราสาท ทิ้งให้พวกญาติๆนั่นแหล่ะเป็นคนต้อนรับแขกที่มา เพราะเขาเองก็เริ่มๆอยากจะหนีออกไปจากงานเช่นกัน ที่ๆจะไปอาจไม่ใช่สนามหญ้าท้ายปราสาท แต่คงเป็นตำหนักหลังเล็กของรินเสียมากกว่า พอนึกถึงตรงนี้ ร่างสูงแอบถอนใจ เขาทิ้งเด็กหญิงที่มักตามเขาเหมือนลูกแมวไปไหนมาไหนมาได้อาทิตย์กว่าแล้ว และก็ไม่ได้บอกเธอด้วยว่า เหตุใดถึงไม่ได้ไปหา ไปเยี่ยมเยียน จาเก็นก้พึ่งพาไม่ได้เพราะเอาแต่ช่วยงานแม่เขาไป ร้องไห้ไป นัยว่ายินดีที่เขาจะรับตำแหน่งซะงั้น เซ็ทโชมารุพยายามจะหาช่องว่างที่จะปลีกตัวออกไป แต่ไม่ว่าจะไปทานงไหนก็น่าเบื่อทั้งนั้น โดยเฉพาะทางริมห้องที่เป็นทางออกหลัก ซึ่งตอนน้เป็นที่จับกลุ่มของสาวๆที่เอาแต่ส่งสายตาเชื่อมหวานมาให้ จนเขานึกอยากจะเขม่นตาส่งกลับไป แต่ขืนทำอย่างนั้น มารดาของเขาได้เอาตายแน่ๆ เพราะแต่ละคนเป็นญาติสนิทมิตรสหายสำคัญๆทั้งนั้น
" ท่านเซ็ทโชมารุคะ " เสียงเล็กๆเบื้องหลัง เรียกความสนใจให้เขาหันไป ร่างสูงตกใจที่เห็นเด็กสาวตัวน้อยในชุดที่เขาเลือกให้ยืนแอบอยู่หลังรูปเหมือนบิดาของเขา
" ริน... "
" รินดีใจด้วยนะคะ " เธอว่าอย่างจริงใจ รอยยิ้มอ่อนหวานดูเหมือนจะทำให้เขาพอคลายเหนื่อยไปได้บ้าง
" ขอบใจ " ขณะกำลังจะเอ่ยปากถามรินว่าทำไมถึงมาที่นี่ได้ คุโระยูคิก็โผล่ตัวออกมา พร้อมกับหน้าตาเหนื่อยใจ แต่ยังไม่ทันจะพูดคุย แม่สาวๆที่เขาเพิ่งนึกจะส่งตาขวางไปให้ก็ขัดจังหวะซะก่อน
" นี่ ใครให้มนุษย์เข้ามาน่ะ " แม้ข่าวที่ว่ารินเป็นมนุษย์คนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้มาอาศัยที่นี้ได้ แต่งานสำคัญเช่นนี้ไม่ใช่งานที่เธอจะเข้ามาได้ รินตกใจพอๆกับคนที่พาเธอมา
" รินจัง มานี่เร็ว " คุโระยูคิรีบดึงมือรินไปทันที เพื่อหนีออกทางช่องลับหลังที่นั่ง รินลังเลใจนัยน์ตาสวยเหมือนลูกกวางทอดมองชายหนุ่มอย่างอาวรณ์ก่อนจะตามสาวใช้ผิวคล้ำไป 1 ในหญิงสาวที่อยู่ในกลุ่มรีบเข้าประจอประแจเซ็ทโชมารุทันที
" ท่านเซ็ทโชมารุคะ ไปทางโน้นดีกว่านะคะ "
" ใช่ค่ะ ไปคุยกับพวกข้าดีกว่า
" แหม พวกคนใช้นี่สับเพล่าจริงๆ ปล่อยให้เด็กมนุษย์นั่นเข้ามาได้ " เซ็ทโชมารุเขม่นสายตาใส่คนพูดทันที เธอยกมือปิดปากก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดในทันที ชายหนุ่มถอนใจ เดินเลี่ยงออกจากกลุ่มแม่สาวๆออกไปที่ทางเดิน คนเป็นมารดาสังเกตเห็นจึงขอตัวเดินตามบุตรชายไป
" จะไปไหน เซ็ทโชมารุ "
" ข้าเหนื่อย จะกลับไปที่ห้อง "
" อย่าทำแบบพ่อเจ้า กลับเข้าไปในงานซะ "
" ท่านแม่... ข้าเหนื่อย " เขายืนยันคำเดิม
" กลับเข้าไปในงาน " คนเป็นแม่ย้ำคำเดิมเช่นกัน ร่างสูงถอนใจ จ้องมองทางเดินที่เชื่อมต่อไปทางตำหนักของริน เขากัดฟันกรอดก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องห้องโถง โดยไม่ลืมปรับหน้าตนเองให้เป็นปกติ คนสูงวัยกว่าจ้องอากัปกิริยาของบุตรชายอย่างนึกห่วงปนเหนื่อยใจ
" อย่าเหมือนพ่อให้มากนัก เซ็ทโชมารุ เพื่อตัวเจ้าเองและแม่หนูนั่นด้วย " เธอเอ่ยเบาๆ ก่อนจะกลับเข้าไปในงาน
รินนั่งอยู่ริมชานระเบียงด้านนอกตำหนักเล็กๆของเธอ ใบไม้ร่วงหล่นลงมากกว่าเดิม แต่รินก็ไม่ได้ใส่ใจจะเก็บกวาดมากนัก นัยน์ตาสีดำทอดมองใบไม้ร่วหล่นทีละใบ ปากก็พึมพำนับจำนวนที่ร่วงหล่นไปด้วย ชาร้อนที่คุโระยูคิชงมาให้ก็เย็นชืดไปนานนับกว่าชั่วโมงแล้ว ขนมไม่ได้ถุกแตะต้องเลยแม้แต่น้อย รินนั่งเศร้าเหงาหงอยอย่างนี้มานับแต่วันที่เซ็ทโชมารุรับตำแหน่งผู้นำตระกูล ซึ่งมันก็ปาเข้ามากว่าเดือนแล้ว เพราะหลังจากที่เธอแอบไปหาอีกฝ่าย หัวค่ำเขาก็มาหาพร้อมขนมและกิโมโนมากมาย พูดคุยได้แค่นิดหน่อย เขากถูกเรียกตัวไปที่ตำหนักใหญ่ และเธอก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลยตั้งแต่วันนั้น
" เจ้าริน " เสียงแหบแก่อันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้รินที่กำลังซึมๆ ยิ้มออกมาทันทีที่เห็นเจ้าของเสียงเดินเตี้ยๆเข้ามาในห้อง
" ท่านจาเค็น "
" เป็นไงมั่ง " รินยิ้ม
" สบายดีค่ะ "
" ดีแล้วล่ะ " จาเค็นยิ้มบ้าง ที่เห็นคนที่เจ้านายสั่งให้มาดูแลดูจะสบายดี
" ท่านจาเค็นคะ ท่านเซ็ทโชมารุ...ไปไหนเหรอคะ รินไม่เห็นเลย " เด็กสาวถาม จาเค็นถอนใจ
" ช่วงนี้ท่านยุ่งๆน่ะ การเป็นผู้นำตระกูลนี่ไม่ง่ายเลยนะรินเอ๊ย... "
" เหรอคะ รินก็แค่...เอ่อ...เป็นห่วงน่ะค่ะ กลัวว่าท่านจะเป็นอะไร "
" ท่านสบายดี ท่านเซ็ทโชมารุบอกว่าขาดเหลืออะไรก็ไปบอกพวกบ่าวนะ "
" ค่ะ "
" ถ้างั้นข้าไปล่ะ ต้องไปช่วยท่านเซ็ทโชมารุทำงานต่อก่อน " รินโบกมือลา ส่งยิ้มแบบที่ไม่ทำให้จาเค็นเป็นห่วง ทันทีที่จาเค็นออกไปจากห้อง ความเศร้าหมองและหงอยเหงาก็กลับเข้ามาเกาะกุมจิตใจของรินอีกครั้งหนึ่ง เธอเอนสายตาออกไปนอกชาน ใบไม้ยังไม่หยุดร่วงจากต้น เด็กสาวกอดเข่าซบหน้าลงไป นัยน์ตาสีดำประกายน้ำตาลอ่อนโยนรื้นน้ำน้อยๆ
บางที...ก็อดคิดถึงตอนเด็กๆไม่ได้...
แม้จะลำบาก แม้จะอันตราย
แต่ก็ไม่มีวันไหน ที่จะไม่ได้เห็นหน้าท่านเซ็ทโชมารุ...
ไม่มีวันไหนที่ไม่ได้คุยด้วย
ไม่มีวันไหนที่จะห่างกายท่าน
ไม่มีแม้สักวัน...
รินคิดถึงท่านเซ็ทโชมารุจังเลยค่ะ...
กองกระดาษกองสุดท้ายที่ผ่านการตรวจตราจากเจ้าของปราสาทคนปัจจุบัน ถูกเรียงรายใส่ถาดแดงที่จาเค็นถืออยู่ ปีสาจตัวเขียวรีบส่งให้เด้กรับใช้ที่รออยู่ด้านนอกเอาไปส่งให้กับผู้นำแคว้นต่างๆที่เป้นมิตรกับตระกูลสุนัขอสูร เซ็ทโชมารุวางพู่กันลงกับโต๊ะ พลางถอนหายใจ ความคิดที่เคยคิดว่าไม่มีอะไรที่ตนทำไมได้ ดูราวกับถูกสั่คลอนจากภาระงานการเป็นผู้นำตระกูล ผู้นำปราสาทคนปัจจุบันน รวมทั้งผู้นำดินแดนตะวันตกที่จะต้องขยายอาณาเขตไปอีกในภายภาคหน้า เขาหลับตาลงช้าๆ หวังจะพักสายตาเสียหน่อย แต่เสียงทักจากใครบางคนทำเอาเส้นประสาทตึงขึ้นมาเสียดื้อๆเหนื่อย
" อ้าวๆ ลูกชายข้าเหนื่อยเสียแล้ว " เมื่อลืมตา ภาพของมารดาที่กำลังนั่งเล่นบนโต๊ะทำงานของเขา พร้อมกับท่าทางยียวนและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ชวนให้ปวดหัวยู่ไม่น้อย
" ถ้าไม่ช่วยก็ไม่ต้องมากวนข้าถึงที่นี่ " พูดจบเซ็ทโชมารุก็เรียกจาเค็นให้เข้ามาช่วยเขาปลดเกราะออกเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดสบายๆ คนเป็นแม่ยังยิ้มเช่นเดิม
" จำที่ข้าบอกได้ไหม เส็ทโชมารุ "
" เรื่องอะไร " ชายหนุ่มถามขณะถอดเกราะออกวางบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย จาเก็นกระวีกระวาดช่วยเจ้านายตนเองเก็บของสุดกำลัง
" เจ้าอาจไม่ชอบใจ แต่ในเมื่อเจ้าขึ้นแทนตำแหน่งพอ่เจ้าแล้ว เจ้าก้จำเป็นต้อง.... "
" มีชายาที่เหมาะสมกับเจ้ายังไงล่ะ "
" พระมารดา " จาเก็นที่กำลังเก็บเกราะอยู่ ร้องอย่างลืมตัว ปีศาจกบอายุหลายร้อยปีนึกภาพที่นายเหนือหัวของตนจะมีชายาอย่างที่พระมารดาว่ามาไม่ได้แม้สักนิด ดวงตากลมโตเหมือนไข่ห่านมองเซ็ทโชมารุที่ดูมีท่าทีอึ้งไปนิดนึง แต่ก็เก็บอาการได้ดีทีเดียว หญิงสาวผมเงินหยิบถาดที่วางม้วนกระดาษมาไว้ตรงหน้าชายหนุ่ม
" ข้าได้เลือกเฟ้นแทนเจ้ามาแล้ว รูปวาดอยู่ที่นี่ "
TBC...
โห่!!!!! ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮิ้ววววววว โห่!!!!! ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮิ้ววววววว ใครมีมะกรุด มาและมะนาว ใครมีลูกสาวมาแลกลูกเขย โห่!!!!! ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮิ้ววววววว งานหน้างานช้างสุรินทณ์แล้วค่ะ พี่น้องคะ ท่านเส็ทโชจะสละโสดที่อุตส่าห์หวงแหนมานากว่า 500 กว่าปีแล้ว ในฐานะคนเป็นแม่เลี้ยงก็อดปลื้มใจไม่ได้ลูกชายจะแต่งงาน........(ตื๊ด...สายเข้า) ......... เอิ่ม...ลืมตัวไปว่าลูกสะใภ้ไม่ใช่รินจัง อ้าว งานเข้าสิพี่น้อง แม่ยกน้องรินตามฆ่าแน่ๆ แต่ทำไงได้ละจ๊ะ ในเมื่อคนเขียนชอบแกล้งตัวละคร งานนี้รินจังลูกแม่ก็เสียใจไปก่อนนะลูก ท่านเซ็ทโชก็ด้วย กล้ำกลืนกันไปก่อนนะนะจ๊ะ หม่ามี้มีภารกิจต้องไปปรณณิบัติท่านพ่อกับท่านชายชิชินกิ ไม่ว่างมาช่วยงานแต่งนะคะลูกขา โฮะๆๆๆๆ
คนเขียนก็ขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่กำลังอ่านอยู่นะคะ จะพยายามรีบๆปั่นตอน 2 มาลงไม่ให้เกินสองวันนับจากนี้ (จะพยายามค่ะ) อนึ่งรู้สึกว่าเซ็ทโชเนี่ยลูกรักจริงๆ ฟิคท่านพ่อตอนหนึ่งเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้เอามาลงเลย ก็แหมคู่นั้นมีข้าพเจ้าบ้าอยู่คนเดียวนี่นา เพราะไม่รู้จะมีคนอ่านไหม เหอๆ เอาว่า ถ้าลงแล้วช่วยๆกันไปอ่านฟิคเอาแต่ใจตัวเองกันหน่อยนะคะ รักผู้อ่านทุกท่านค่ะ
Fan Club Banner
About Me 
