Fiction Inuyasha : Have I told you lately...2 [END]
posted on 13 Nov 2008 23:21 by melanie in Fiction
Fiction Inuyasha : Have I told you lately...
By : M_Black
Style : Drama , Romantic
Paring : Inuyasha X Kagome
******************************************************
คาโกเมะนั่งลงกับโต๊ะเขียนหนังสือตัวโปรดที่เต็มไปด้วยหนังสือต่างๆมากมาย คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คถูกเปิดวางอยู่ตรงกลาง โปรแกรมขึ้นหราหน้าจอแต่น่าแปลกที่มีเพลงๆเดียวเท่านั้นที่เปิดไว้สำหรับฟัง หญิงสาวนั่งทอดสายตาออกไปข้างนอกที่เป็นเวลากลางคืนค่อนไปทางดึกมากแล้ว หน้าต่างถูกเปิดให้ลมพัดเข้ามา แม้จะหนาวมากแค่ไหน แต่เธอก็นั่งนิ่งไม่รับรู้อะไรเลย นอกจากเพลงที่กำลังฟัง
Have I told you lately that I love you
Have I told you there's no one else above you
You fill my heart with gladness
Take away all my sadness
Ease my troubles, that's what you do
เสียงเคาะประตูห้องไม่ได้ทำให้คาโกเมะรู้สึกตัวได้เลย จนกระทั่งคนเคาะค่อยๆเปิดประตูเข้ามา คุณแม่ของเธอรู้สึกเป็นห่วงลูกสาวที่นับตั้งแต่วันที่มีปากเสียงกับอินุยาฉะก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง และกินอะไรๆน้อยลงเป็นลำดับ
" คาโกเมะจัง " เธอเรียกลูกสาว อีกฝ่ายหันมามอง
" อ้าว...คุณแม่ มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ "
" เมื่อกี้แม่เคาะประตูเรียกหนูแล้ว แต่หนูคงไม่ได้ยินน่ะลูก " หญิงสาวยิ้มแห้งๆ
" ขอโทษค่ะ แม่ หนูคงจะฟังเพลงดังไปหน่อย "
" ไม่เป็นไรลูก แม่แค่มีเรื่องอยากจะคุยกับหนู หนูพอจะว่างคุยกับแม่ไหมลูก "
" ว่างสิคะ แม่นั่งก่อนนะ " คาโกเมะสละเก้าอี้หน้าโต๊ะให้มารดา ก่อนที่ตัวเองจะไปนั่งที่เตียงนอนของตัวเองแทน คนมาวัยกว่าปิดประตูเบาๆก่อนจะเดินไปนั่งแล้วเริ่มบทสนทนาทันที
" คาโกเมะ แม่จะไม่อ้อมค้อมนะลูก หนูยังไม่ได้คืนดีกับอินุยาฉะคุงใช่ไหมลูก "
" แม่คะ " ร่างเล็กหน้าเสีย ไม่นึกว่าคนเป็นแม่จะจับได้ว่าเธอทะเลาะกับอินุยาฉะ
" แม่รู้นะลูก ว่าวันนั้นหนูทะเลาะกับอินุยาฉะคุง ตั้งแต่วันนั้นมาหนูก็ไม่ค่อยพูดค่อยคุย กินข้าวก็แค่นิดเดียว "
" ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แม่หนูแค่เหนื่อยๆเอง กับอินุยาฉะเราก็ทะเลาะกันเล็กๆน้อยๆ เดี๊ยวก็คืนดีกัน "
" แม่ไม่อยากให้หนูโกหกตัวเองนะลูก " อีกฝ่ายดักคอทันควัน
" แม่คะ....หนู " คำพูดต่อไปของคาโกเมะหายไป มีเพียงน้ำตาที่ไหลลงมาแทนที่ คนเป็นแม่ผุดลุกไปโอบลูกสาวไว้แน่น เธอสะอื้นเบาๆในอ้อมกอดของมารดา
" หนูไม่กล้าจะขอโทษเขา ทั้งๆที่หนูผิด หนูควรขอโทษ แต่หนูไม่กล้ากลับไป อินุยาฉะต้องไม่อภัยให้หนูแน่ๆ "
" ทำไมหนูถึงคิดอย่างั้นล่ะ " คนสูงวัยกว่าถาม
" หนูพูดไม่ดีกับเขา พูดไม่ดีมากๆเลยด้วย เขายังไม่อภัยให้หนูแน่ๆ "
" คาโกเมะ หนูคิดไปเองคนเดียวไม่ได้หรอกนะลูก หนูไม่ใช่อินุยาฉะคุง หนูจะรู้ได้ยังไงว่าเขาหายหรือไม่หายโกรธหนูน่ะลูก "
" แม่คะ หนูไม่กล้ากลับไปจริงๆ หนูกลัว " คาโกเมะจับแขนมารดา ใบหน้างามส่ายไปมา
" คาโกเมะ หนูเข้มแข็งกว่าที่แม่คิดนะลูก หนูต้องกล้า อันตรายกว่านี้ เสียงภัยกว่านี้หนูเคยเจอมาแล้ว กับเรื่องแค่นี้หนูยอมแพ้ได้ไงจ้ะ "
" แม่ "
" เข้มแข็งสิลูก ทำให้อินุยาฉะคุงยกโทษให้หนูให้ได้ " คนเป็นแม่ให้กำลังใจก่อนจะกอดลูกสาวแน่นๆ คาโกเมะรู้สึกถึงความอบอุ่นอย่างมากจากอ้อมอ้อมกอดมารดา เธอยิ้มทั้งน้ำตา
" ค่ะ ค่ะ "
" เอาล่ะ แม่มีเรื่องคุยแค่นี้แหล่ะ อ๋อ เพลงนี้เคยเป็นเพลงโปรดแม่เลยล่ะ หนูชอบเหรอ "
" ค่ะ มันเพราะดี " ร่างเล็กบอก ขณะที่ลุกขึ้นเตรียมเก็บกระเป๋า
" อย่าลืมทำตามที่เพลงบอกนะลูก "
" เอ๋ " คาโกเมะอุทานอย่างแปลกใจ โซตะที่ยืนถือห่อของบางอย่างอยู่นอกห้องยิ้มให้พี่สาว พร้อมกับส่งของในมือให้มารดา
" Have I told you lately that I love you ฉันบอกเธอสายไปรึเปล่า...ว่าฉันรักเธอ นี่ข้าวของลูกจ๊ะ แม่ทำเพื่ออินุยาฉะคุงไว้ด้วยนะ " คาโกเมะก้มรับของพร้อมกับหน้าแดง บอกลาแม่กับน้องก่อนจะวิ่งปรู๊ดลงบันไดไป
" คุณแม่ว่า พี่เขาจะคืนดีกับพี่อินุยาฉะได้ไหมครับ "
" ได้สิจ๊ะ อินุยาฉะคุงไม่ใช่คนโกรธนานเสียหน่อย "
" แล้วพี่เขาจะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย " โซตะเอ่ย คนมากวัยกว่าโอบลูกชายเดินลงบันไดไป
" เดี๊ยวก็กลับจ้า ไม่ต้องห่วงพี่เขาหรอก ลงไปกินข้าวเถอะ "
ท่ามกลางความมืดในโลกโลกาภิวัฒน์ หญิงสาวร่างโปร่งในชุดเสื้อแขนยาวสีขาวเรียบ กับกระโปรงยาวถึงเข่าวิ่งหอบกล่องข้าวในผ้าสีน้ำเงินมีลายน้ำวน และเป้สีเหลืองใบเก่งที่ข้างในเต็มไปด้วยยา กำลังวิ่งไปด้านหลังบ้าน ที่เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ แม้อากาศจะหนาวน้อยๆ แต่คาโกเมะก็วิ่งไปเรื่อยๆ ใบหน้าหวานแดงเรื่อๆ ลมหายใจหอบเป็นควันขาวละลายไปกับอากาศ ใบไม้สีน้ำตาลอมส้มปลิวพร่างพรายตามแรงลม บ่อน้ำใกล้เข้ามาทุกที ในความมืดมิดที่เงียบสงัดมีแต่เสียงฝีเท้าของเธอ เหมือนจะมีเสียงเพลงดังแว่วมาจากที่ไหนไกลๆ เพลงรักหวานซึ้งที่ผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังจับใจทุกครั้งที่ฟัง
Have I told you lately that I love you . . .
Have I told you there's no one else above you
You fill my heart with gladness
Take away all my sadness
Ease my troubles, that's what you do
เนื้อเพลงเหมือนดังก้องสอดประสานอยู่ในหัวใจของคาโกเมะ เสียงลีดกีตาร์กลางเพลงราวกับจะเร่งให้เธอวิ่งไปเร็วที่สุด ไปตามหาคนที่เธอไม่เคยจะบอกอะไรแม้สักคำ แต่วันนี้เธอจะบอกเขา บอกถึงสิ่งที่เก็บอยู่มาเนิ่นนานมากเหลือเกิน ...
ฉันบอกเธอสายไปไหม?
ว่าฉันรักเธอ...
*******************
" ท่านยายคาเอเดะ " ชิบโปที่นั่งผิงไฟเรียกคนมากวัยกว่าที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่กับหม้อต้มยาให้หันมามอง
" มีอะไรล่ะ ชิปโป "
" คาโกเมะจะกลับมาไหมอ่ะ " สมุนไพรกลิ่นเหม็นเขียวถูกหั่นเป็นชิ้นๆก่อนจะใส่ลงในหม้อต้ม น้ำยาทีใสกลายเป้นสีเหลืองจางๆ ยายคาเอเดะถอนหายใจ
" ไม่รู้สิ ข้าเองก็ไม่เห็นตัวมาจะร่วมๆ 2 อาทิตย์แล้วมั้ง ถามเจ้าอินุยาฉะมันก็ไม่ตอบ พาลมาหงุดหงิดใส่ข้าอีกแน่ะ " เมื่อเอ่ยถึงอินุยาฉะ ชิปโปก็เกิดหัวเสียขึ้นมาทันที
" โอย ไอ้หมาบ้านั่น อย่าไปยุ่งกับมันเลย ข้าล่ะเกลียดนักเชียว ชอบทำให้คาโกเมะโกรธ "
" โกรธกันทีไร อย่างนี้ทุกทีแหล่ะ เจ้าน่าจะชินนะ "
" ข้าไม่ชิน เพราะงานนี้มันนานเกินไป แถมพอถามก็ตะคอกใส่ ไอ้บ้านี่มันไม่เคยเปลี่ยนนิสัยเลย " คิทซึเนะน้อยตอบ สะบัดหน้าไปอีกทาง
" เหรอ...ข้าว่าเจ้าอินุยาฉะมันก็โตขึ้นมากนะ หลังๆมานี่คาโกเมะเถียงแพ้บ่อยครั้งไป " ชิปโปเลิกคิ้ว
" จริงอ่ะ? "
" จริงสิ...เห็นมันชอบอาละวาดอย่างนั้นนะ แต่เดี๊ยวนี้พูดจาดีขึ้น ไม่ฟาดงวงฟาดงาแบบเมื่อก่อนแล้วนะ " ยายคาเอดะยกหม้อสมุนไพรไปวางไว้อีกที่ ก่อนจะเริ่มหยิบหม้อใบใหม่มาเตรียบต้มยาอีกขนาน ชิปโปจัดแจงกุลีกุจอช่วยงานเต็มที่
" แต่กับข้านะ มันอาละวาดใส่ประจำ "
" ก็เจ้าก็ชอบไปแหย่มันไม่ใช่รึ " อีกฝ่ายแทบสะอึก
" ก็มันน่ะ ทำเป็นเคร่งขรึม ทำเป็นเหมือนทำเป็นผู้ใหญ่ ทั้งๆที่มันน่ะ ยังไม่โตสักกะหน่อย "
" โธ่...ชิปโป นับจากวันที่เจ้าเจออินุยาฉะน่ะ มันก็ตั้งหลายปีมาแล้ว ถึงจะเป็นครึ่งอสูรแต่ก็โตเป็นนะ " คนมากวัยกว่าว่าขำๆ สมุนไพรที่แห้งกรอบถูกจัดลงในห่อผ้าสีหม่น เก็บไว้ในห่อฟางริมกระท่อม
" ก็แหม... " ชิปโปพึมพำอย่างเสียไม่ได้
" อินุยาฉะน่ะ ก็ไม่ผิดกับเส็ทโชมารุหรอก เป็นพวกไม่พูดเรื่องที่ทำให้ตัวเองลำบากหัวใจหรอก "
" หมายความว่าไงอ่ะ ข้าไม่เข้าใจ "
" อืม...เจ้ายังเด็ก อย่าเพิ่งไปรู้เลยน่า " คนโดนว่าว่าเด็กทำหน้ามุ่ย ก่อนจะบ่นอุบอิบไปเก็บของใส่ตะกร้าไป ยายคาเอเดะอมยิ้ม เมื่อนึกว่าเจ้าครึ่งอสูรชุดแดงจอมอวดดีกลายเป็นหนุ่มแล้ว
************************************************************
ครึ่งอสูรหนุ่มจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง ใบหน้าที่ไม่ได้เห็นมานานกว่าสัปดาห์มีร่องรอยความเหนื่อยหอบเหมือนการวิ่งทางไกลมา เหงื่อจำนวนไม่น้อยเกาะพราวตามไรผม อินุยาฉะพูดอะไรไม่ออกในตอนนี้นอกจากที่ได้เอ่ยชื่ออีกฝ่ายไป
" ไม่ไปหากันเลยนะ " ร่างเล็กว่ายิ้มๆ พลางวางกระเป๋ากับห่อข้าวลง ดวงตาสีดำมองไปที่ครึ่งอสูรชุดแดงที่กำลังทำหน้ามุ่ยสุดๆ หลังจากสติได้
" ใครจะมีหน้าไปหา... " ครึ่งอสูรชุดแดงตอบ ก่อนจะผุดลุกเดินออกไปนอกกระท่อม คาโกเมะตกใจทิ้งข้าวของในมือเดินตามออกไปทันที
" เดี๊ยวก่อนสิ อินุยาฉะ... " ร่างเล็กไล่ตามหลังอินุยาฉะที่เดินฉับๆเหมือนคนลืมเจ็บไปทางชายป่า เธอทันเห็นเรือนผมสีเงินปลิวไสวอยู่ไวๆ คาโกเมะเร่งฝีเท้าตามให้ทันจนหอบ ไม่นานนักคนที่ตามหาก็หยุดอยู่หน้าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ แสงจันทร์ส่องรางๆผ่านยอดไม้ลงมา หญิงสาวจ้องมองเบื้องหลังที่เธอรู้ดีว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างแน่นอน เธอจนคำพูดที่จะเริ่มประโยค
" ทำไมถึงกลับมาล่ะ " อินุยาฉะชิงถามขึ้นมา คาโกเมะก้มศีรษะลงเล็กน้อย มือกุมหน้าอกแน่น
" ก็เพราะ...เป็นห่วงเธอน่ะสิ "
" เป็นห่วงข้า...เจ้าพูดจริงรึเปล่า "
" แล้วเธอคิดว่า...ฉันพูดจริงไหม " คาโกเมะถามกลับ อินุยาฉะหันมา แสงจันทร์ส่องให้เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวและซูบลงเล็กน้อยจากพิษไข้และบาดแผล
" ถ้ามันเป็นคำพูดที่ออกมาจากปากเจ้า ข้าเชื่อว่ามันเป็นความจริง " อีกฝ่ายยกมือขึ้นกุมใบหน้า พร้อมกับร้องไห้
...ความรู้สึกทั้งหลาย...
...มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจมากจนเกินไป...
" ขอโทษนะ ขอโทษ ขอโทษที่พูดแบบนั้น ขอโทษที่ตบเธอ ขอโทษนะ " ร่างเล็กละล่ำละลักพูดด้วยน้ำตาเต็มใบหน้า
" ช่างเถอะ หากจะมีใครต้องขอโทษ คนนั้นควรเป็นข้า ไม่ใช่เจ้า " ชายหนุ่มเอ่ย พลางเดินกะเพลกๆมาหา มือที่ยังมีรอยแผลยกขึ้นจับใบหน้าสวยซึ้งที่อาบไปด้วยน้ำตา คาโกเมะโผเข้ากอดอินุยาฉะ คนโดนกอดอึ้งเล็กน้อย แต่ก็อ้าแขนกอดตอบคาโกเมะโดยดี เขารู้สึกได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าผอมลงไปมาก เอวเล็กลงมากกว่าเดิม หน้าตาก็ซีดเซียวสูสีกับเขา
" ขอโทษนะ ที่วันนั้นข้าไปบังคับให้เจ้ามากับข้า "
" ไม่...มันไม่ใช่ความผิดของเธอ มันเป็นความผิดของฉัน ขอโทษนะ "
" งั้นถือว่าเราเจ๊ากันก็แล้วกันนะ คาโกเมะ ข้า... " ก่อนที่จะได้พูดจนจบประโยค ร่างสูงผมเงินก็ทรุดกายลงในอ้อมกอดของคาโกเมะ มโนสติดูรางเลือนและวูบไปมา เหมือนจะได้กลิ่นเลือดตัวเองอีกต่างหาก แต่เขาก็เริ่มคิดอะไรไม่ออกแล้ว เพราะตอนนี้ง่วงมากเหลือเกิน
" อินุยาฉะ " คาโกเมะร้องอย่างตกใจ มือทั้งสองรับรู้ถึงสัมผัสของเหลวสีแดงข้นที่ไหลทะลักออกมาจากบาดแผลตรงอก พร้อมกับสัมผัสเย็นๆจากตัวของชายหนุ่ม คาโกเมะเบิกตากว้าง หัวใจราวกับหล่นวูบจมดิ่งและเต้นแรงจนจะหลุดมาข้างนอก ยิ่งมองใบหน้าคมที่เรียบนิ่งเหมือนไร้ลมหายใจก็รู้สึกเหมือนจะเสียสติไปเสียให้ได้
" ไม่นะ อินุยาฉะ ไม่!!! "
Have I told you lately? .... that I love you
ฉันบอกเธอสายไปรึเปล่า? ... ว่าฉันรักเธอ ...
..................................
..............................
..........................
.......................
....................
" ค่า เจอกันกับมายะอีกครั้งนะคะ วันนี้ท้องฟ้ามืดมัวจังเลยค่ะ มายะไม่ชอบเลยกับอากาศแบบนี้มันชวนหดหู่ใจจนเกินไป ท่านผู้ชมละคะ รู้สึกอย่างไรกับท้องฟ้าในตอนนี้ ...ช่วงนี้ก็มีคนขอเพลงกันมาเยอะเหลือเกินนะคะ เยอะจนไม่รู้จะเปิดเพลงไหน อ๋อ แต่มีเรื่องแปลกค่ะ เพลง Have I Told you lately ได้รับความนิยมอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ แม้จะเก่าไปมาก แต่คนชอบเยอะจริงๆ ถ้ายังไงมายะขอเปิดเพลงนี้อีกครั้งนะคะ เพลงสำหรับคู่รักปากแข็งที่ไม่ยอมบอกสักทีถึงความรู้สึกในหัวใจกันและกัน อย่าลืมนะคะ...บอกรักกันก่อน...ในวันนี้ที่ยังคงอยู่ด้วยกัน ก่อนที่เมื่อวันที่ต้องจากกันจะได้ไม่ต้องสายเกินไป ค่ะ เชิญฟังเพลงได้เลยค่ะ .... "
................
..............
............
..........
.......
.....
...
.
" ยายคาเอเดะ " ชิปโปพึมพำเสียงเบา
" อะไรรึ ชิปโป "
" อินุยาฉะจะเป็นอะไรไหม "
" ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ภาวนาเถอะนะ อย่าให้มันเป็นอะไรไป ไม่งั้นคาโกเมะ ... " หญิงชราผมสีดอกเลาหยุดคำพูดของตน ก่อนจะทอดสายตามองหญิงสาวที่นั่งนิ่งอยู่ข้างกายคนเจ็บ มือทั้งสองรวมทั้งเสื้อผ้าเปรอะเลือดที่ตอนนี้เริ่มแห้งกรังจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาสีดำเหม่อลอยจับจ้องแต่ใบหน้าของอินุยาฉะเท่านั้น หยาดน้ำตายังไม่หยุดไหล ไปพร้อมกับริมฝีปากที่พึมพำบางสิ่งบางอย่างที่มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่เข้าใจ...
Have I told you lately that I love you
Have I told you there's no one else above you
You fill my heart with gladness
Take away all my sadness
Ease my troubles, that's what you do
****************************************************
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
. . .กลิ่นหอม?. . .
. . . กลิ่นหมอก? . . .
. . . ที่ไหนกัน?. . .
ร่างของอินุยาฉะนอนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลาทุกดอกไม้นานาพรรณ เขาเริ่มเหมือนจะรู้สึกตัวประสาทสัมผัสได้กลิ่นดี แต่ไร้เรี่ยวแรงจะขยับ แม้แต่จะลืมตาก็ทำไม่ได้ มันหนักเหมือนถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ร่างกายอ่อนล้าจนแม้แต่กระดิกก็ยังยากยิ่ง มีเพียงความเงียบกับเสียงนมโนสติตัวเองเท่านั้น ไม่นานเกินไปใบหูพลันได้ยินเสียงเหมือนคนเดินมาใกล้ แม้อยากจะลุกขึ้นตามสัญชาติญาณการระวังตัวเท่าไร มันก็ทำไม่ได้เลย จนกระทั่งเปลือกตาที่เคยหนักมาตลอดเหมือนจะเบาขึ้นเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสเย็นๆ ที่หน้าผาก แผ่นหลังที่เคยปวดร้าวก็หายเป็นปลิดทิ้ง ใบหูคลับคล้ายจะได้ยินเสียงเรียกไม่ไกลนัก เสียงที่คุ้นหูมากเหลือเกิน
" อินุยาฉะ ตื่นเถอะนะ " เสียงหวานนุ่มนวลอบอุ่น ทำให้เขาสามารถขยับตัวได้ ทันที่ที่ลืมตาภาพหญิงสาวผมดำสลวยก็ทำเอาเขาผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด
" ตื่นแล้วเหรอ? " เธอถาม อินุยาฉะกลืนน้ำลาย เมื่อคนที่อยู่ตรงหน้าเขา คือคนที่คิดถึงอยู่บ่อยๆแต่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจออีกครั้ง ....มารดาที่ตายจากไปกว่า 100 ปี!!! ชายหนุ่มตกใจจนหน้าซีดเผือด
" ท่านแม่...ท่าน "
" อ้าว ตื่นแล้วเรอะ " อีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเรียกความสนใจให้เขาหันไปมอง และก็เป็นอะไรที่น่าตกใจกมากกว่าเดิมเสียอีก เมื่อคนที่เดินมาใหม่มีเรือนผมสีเงินไม่ต่างจากเขาเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าคมละม้ายกัน ใบหน้าที่เคยเห็นแค่หนึ่งครั้งแต่จำได้ติดตายิ่งนัก
" ท่านพ่อ !!! "
" สวัสดีลูกชาย ไม่เจอกันนานเลยนะ " คนมากวัยกว่าทักอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นใกล้ๆหญิงสาวผมดำ อินุยาฉะผุดลุกถอยกรูด จนทั้งสองคนมองตามอย่างแปลกใจ โดยเฉพาะคนในชุดกิโมโนท่านหญิงสูงศักดิ์
" พวกเจ้าเป็นใคร " เขาถาม มือพยายามจะควานหาดาบเขี้ยวอสูรที่ไม่เคยให้ห่างตัวแต่ตอนนี้กลับไม่มีอยู่เลยเลยต้องเปลี่ยนใจกางกรงเล็บแทน
" อ้าว ถามแปลกแฮะ...ข้าก็พ่อเจ้าไง นี่ก็แม่เจ้า " คนผมเงินยาวมัดทรงสูงตอบ อินุยาฉะขู่ฟ่อ
" พ่อกับแม่ข้าตายไปร่วม 100 ปีแล้ว "
" เออ ก็นั่นแหล่ะที่ข้ากำลังจะอธิบาย "
" อินุยาฉะจ๊ะ...ตอนนี้ลูกกำลังอยู่ที่รอยต่อแห่งภพคนเป็นและคนตาย " คนเป็นแม่พูดขึ้นมา อินุยาฉะกวาดสายตามองไปรอบๆกาย ก็พบว่าที่นี้มีแต่หมอกสีขาวลอยเต็มไปหมด ทางข้างหน้ายังมีแม่น้ำกว้างยาวสุดสายตา และที่สำคัญมันมีแต่กลิ่นของความตายอบอวลอยู่ตลอดเวลา
" รอยต่อแห่งภพ...ไม่จริงน่า "
" เป็นความจริงลูกชาย ไม่งั้นข้าจะนั่งอยู่นี่เรอะ " อินุไทโชว่า พลางชี้ตัวเอง
" แม่รู้ดีจ้ะ ว่ามันทำใจยอมรับยากนะ แต่ที่นี้คือรอยต่อแห่งภพจริงๆ " อิซาโยอิกล่าวอย่างเศร้าสร้อย อินุยาฉะทรุดกายลงอย่างอ่อนแรง เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีชีวิตยืนยาวนานนัก แต่ก็ไม่นึกว่าตัวเองจะตายง่ายๆแบบนี้ เขายังไม่ได้ทำอะไรอีกหลายอย่าง ดวงตาสีทองอำพันเหม่อลอยขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงสิ่งสำคัญที่สุดที่ตนไม่ได้ทำกับคนที่รักที่สุด
ยังไม่ได้บอกอะไรกับคาโกเมะเลย ...
" อินุยาฉะ " คนเป็นแม่เรียกบุตรชายเบาๆ เมื่อเห็นเขาไม่ตอบสนองก็หันไปพยักหน้าให้ชายหนุ่มข้างๆ เขายิ้มก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลังของอินุยาฉะ โดยที่ครึ่งอสูรหนุ่มไม่รู้ตัวเลยสักนิด ร่างสูงยกมือขึ้นกำก่อนจะยิ้มเหี้ยมๆ
" อ๊ะ " อินุยาฉะที่รู้สึกได้ถึงรังสีแปลกๆ หันไปมอง เขาพยายามจะหลบการจู่โจมของชายตรงหน้าแต่อีกฝ่ายลงมือรวดเร็วจนหลบไม่พ้น เกิดเสียงบางอย่างดังสนั่นหวั่นไหว !!!
โป๊กกกกกก !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
" เจ้าลูกไม่ได้เรื่อง กะอีแค่มานั่งทอดหุ่ยในรอยต่อระหว่างภพก็ถอดใจแล้ว ไม่สมเป็นลูกข้าสักนิด " คนตัวสูงกว่าว่า พลางจ้องมองอินุยาฉะที่นั่งกุมหัวเพราะโดนเขกกะโหลกเอาเต็มรัก เขาเจ็บจนมึน อิซาโยอิที่ยืนดูอยู่หัวเราะเบาๆก่อนจะเดินมาลูบหัวบุตรชาย
" ขอโทษนะลูก...แม่กับพ่อล้อเล่นน่ะ ถึงที่นี้จะเป็นรอยต่อระหว่างภพจริงๆ แต่ลูกยังไม่ตายหรอก "
" หา!!! "
" พวกข้าล้อเล่นน่า~~~ ถ้าเจ้าตายจริงแม่เจ้าร้องไห้ก่อนใครเพื่อนแล้ว " คนเป็นเป็นพ่อยิ้มยียวนส่งให้
" แล้วทำไม ข้ามาที่นี้ล่ะในเมื่อข้าไม่ตาย " อินุยาฉะถามด้วยความมึนงง (แรงเขกมันน้อยเสียเมื่อไหร่ )
" ตอนนี้ร่างกายของลูกได้รับบาดเจ็บสะสมมาก จึงต้องทำการฟื้นตัว ลูกจะมีสภาพเหมือนตายไปชั่วครู่ แม่กับท่านพ่อเลยขอเรียกตัวมาที่นี่จ้ะ " หญิงสาวบอกอย่างอ่อนโยน เธอสวมกอดบุตรชายที่ไม่เจอหน้ากันนานมากไว้ในอ้อมแขน
" แม่คิดถึงลูกมากนะจ๊ะ อินุยาฉะ " อินุยาฉะนิ่งไป แม้เขาจะยังไม่อยากเชื่อในตัวตนของคนตรงหน้าทั้งสอง แต่อ้อมกอดเช่นนี้ มีเพียงคนเดียวในโลกเท่านั้นที่เขาจะได้สัมผัส...มารดาที่รักเพียงคนเดียวเท่านั้น
" ท่านแม่ " ชายหนุ่มกอดตอบมารดา สายสัมพันธ์ของแม่ลูกยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดเสมอ
" เอ้าๆ กอดกันสองคนไม่เรียกข้าเลยนะนั่น " คนโดนลืมท้วงอย่างงอนๆ
" ท่านพ่อ... " อินุยาฉะเรียก ก่อนจะเดินไปหา ดวงตาสีทองเต็มไปด้วยคำถามมากมาย อินุไทโชยิ้มร่ากางแขนรอลูกชายคนเล็กมากอด แต่ทว่า...
โครม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
" ไอ้พ่อบ้า! เขกหัวมาได้ เจ็บนะเว้ย! " อินุยาฉะตะโกนว่าบิดาที่ตอนนี้ลงไปนั่งมึนกับพื้นเพราะโดนเฮดบัดจากลูกชายตัวดีเต็มแรง อิซาโยอิอมยิ้มที่เห็นสามีจอมวางแผนลงไปนั่งกุมหัวร้องโอดโอย
" โอ๊ย...เจ็บ ไอ้ลูกบ้า! นี่ข้าเป็นพ่อเจ้านะ นี่เจ้าเจอหน้าพ่อ เจ้าทำแบบนี้เรอะ " เขาลุกขึ้นชี้หน้าบุตรชาย อินุยาฉะเชิดหน้าไม่สนใจ
" แล้วพ่อที่ไหนเขาเขกกบาลลูกตอนเจอหน้ากันครั้งแรกเล่าฟ่ะ " คนโดนสวนข้อเท็จจริงสะอึกเล็กๆ
" นี่ครั้งที่สองเฟ้ย " ไม่วายกลับลำเรือโยงไปเรื่องอื่น
" ตอนนั้นไม่นับ " เป็นทีลูกชายตัวดีจะถมทับพ่อตัวเอง สองพ่อลูกแยกเขี้ยวใส่กันเตรียมพร้อมมีเรื่องทันที
" เอ้าๆ พ่อลูก เวลามีน้อยค่ะ เลิกเถียงกันได้แล้ว " คนกลางลุกขึ้นห้ามทัพ นั่นแหล่ะพ่อลูกถึงหยุดทำสงคราม
" อินุยาฉะ ที่แม่เรียกเจ้ามาเพราะแม่อยากจะขอบคุณ "
" ขอบคุณ เรื่องอะไร? " ชายหนุ่มขมวดคิ้ว คนเป็นแม่ยิ้ม
" เรื่องที่ปราสาทไงจ๊ะ แม่ขอบคุณลูกมากจริงๆนะ "
" ไม่ต้องขอบคุณหรอก มันเป็นหน้าที่ของข้านี่นา " เขาตอบ หน้าแดงเล็กน้อย อิซาโยอิรั้งบุตรชายลงมาหอมแก้มเบาๆ ส่งผลให้อินุยาฉะหน้าแดงกว่าเดิม
" อิซาโยอิ " ชายหนุ่มที่ยืนมองอยู่เรียกเบาๆ เธอผละจากบุตรชายเพียงคนเดียว
" ค่ะ เอาล่ะ ลูกกลับไปเถอะนะ ก่อนที่สาวน้อยคนนั้นจะเป็นห่วงมากกว่านี้ "
" เอ๋ คาโกเมะเหรอ "
" จะใครเสียอีกล่ะจ๊ะ รีบกลับเถอะนะ " หญิงสาวบอก พลางยกมือขึ้นลูบใบหน้าบุตรชาย
" แม่ภูมิใจในตัวลูกมากนะจ๊ะ "
" ท่านแม่ "
" ท่านคะ " อิซาโยอิหันไปหาอินุไทโชที่ยืนทำหน้างอนๆไงไม่รู้อยู่ข้างๆ เขาจ้องหน้าบุตรชายที่ไม่เคยแม้แต่จะกอดสักครั้ง ก่อนจะถอนหายใจ
" เฮ้อ...แม้ข้าไม่ได้ทำหน้าที่พ่อที่ดี แต่ก็ภูมิใจไม่แพ้แม่เจ้า ที่เจ้าเติบโตมาอย่างองอาจแบบนี้นะ "
" ท่านพ่อ "
" เฮ้ย " ร่างสูงอุทานอย่างตกใจ เมื่อจู่ๆบุตรชายก็โดดกอดไม่ให้ตั้งตัว
" ขอบคุณสำหรับสิ่งที่ท่านให้ไว้ปกป้องข้า มันไม่เพียงปกป้องข้าแต่มันปกป้องคนที่ข้ารัก ข้าภูมิใจในสายเลือดอสูรของท่าน " ดวงตาสีทองอำพันแบบเดียวกับของตนมุ่งมั่นแน่วแน่ จนคนเป็นพ่อรู้สึกตื้นตันไม่น้อยที่แม้ลูกชายคนเล็กจะเป็นแค่ครึ่งอสูรแต่เขาก็องอาจมากมายเหลือเกิน เขาภูมิใจบุตรชายคนนี้มากจริงๆ
" เออๆ รู้แล้ว ไปซะไป๊ " อินุไทโชว่า ดันตัวลูกชายออก ใบหน้าแดงจนอิซาโยอิที่ยืนอยู่ข้างๆหลุดหัวเราะออกมา เธอมองใบหน้าบุตรชายที่รักอีกครั้งก่อนจะโบกมือลา อินุยาฉะรู้สึกเหมือนภาพของคนทั้งคู่เริ่มจะเลือนหายไป ได้ยินเสียงเอ่ยล่าเบาๆ ก่อนที่สติทั้งหมดจะจบวูบไปอีกครั้ง
" ลาก่อนจ้ะ "
**********************************************
เสียงที่เหมือนเสียงเพลงในภาษาที่ไม่เข้าใจดังกระทบโสตประสาทของอินุยาฉะอย่างแผ่วเบาก่อนจะเริ่มแจ่มชัดเรื่อยๆ กลิ่นขมของสมุนไพรห้ามเลือดอบอวลปนกับกลิ่นยาสมานแผลจนน่าเอียน เสียงไม้พายชนหม้อเหล็กดังเป็นระยะ แต่ที่ทำให้เขาต้องลืมตาที่หนักอึ้งก็คือกลิ่นเค็มปร่าของน้ำตา และกลิ่นกายหอมกรุ่นของใครคนหนึ่ง ใครคนหนึ่งที่เฝ้าโหยหามาตลอด แสงสว่างบาดตาทำให้ครึ่งอสูรหนุ่มต้องกะพริบตาถี่ๆ ก่อนที่ภาพเบื้องหน้าทั้งหมดจะแจ่มชัด
" อินุยาฉะ " คนเจ็บมองไปตามเสียงเรียกหลายเสียงที่ปะปนกัน ภาพใบหน้าดีใจของชิปโปและยายคาเอเดะทำเอาเขายิ้มหน่อยๆ แม้จะไม่ค่อยมีแรง ก่อนทที่สายตาจะเลื่อนไปหาหญิงสาวคนที่นั่งใกล้กับเขามากที่สุด ใบหน้าสวยหวานซีดเผือด และมีแต่น้ำตา เสื้อตัวนอกมีแต่รอยเปื้อนเลือดที่แห้งกรัง
" คาโกเมะ " ชายหนุ่มเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆ
" ร้องไห้อีกแล้วนะ " คาโกเมะเม้มริมฝีปาก ยกมือขึ้นป้ายน้ำตาสะเปะสะปะ พูดปนสะอื้นอย่างน่าสงสาร
" ก็เธอเล่นนอนอย่างกับคนตายไปตั้งวันเต็มๆ จะให้...จะให้ " คำพูดต่อไปไม่ออกมาจากปากของเธอ เพราะมีแต่เสียงสะอื้นฮัก ไหล่บางลู่ลงและสั่นน้อยๆ
" อย่าร้องเลยนะ ข้าไม่เป็นไรแล้ว " อินุยาฉะค่อยๆยันตัวลุกขึ้นท่ามกลางเสียงห้ามของคนอื่น เขายกมือที่มีผ้าพันแผลจับใบหน้าของคาโกเมะก่อนจะไล่เลื่อนไปที่ศีรษะรั้งให้ร่างบางเข้ามาซุกที่ไหล่ แขนอีกข้างยกขึ้นโอบกอดเหมือนจะปลอบใจ
" ฉันนึก...ว่า นึกว่า... " เสียงของคาโกเมะเงียบไป อินุยาฉะประคองใบหน้าของหญิงสาวพิศดูก็พบว่าร่างเล็กสลบไปแล้ว ยายคาเอเดะถอนหายใจปนยิ้มๆ
" คงจะเพลียดจัดน่ะ เฝ้าไข้เจ้ามาทั้งวันทั้งคืน ไม่หลับไม่นอน ไม่ยอมกินอะไรอีกต่างหาก นี่เจ้าฟื้นมาคงจะโล่งใจมากแล้ว "
" งั้นเหรอ...ขอโทษนะคาโกเมะหลับซะหน่อยเถอะ " ชายหนุ่มประคองให้คนในอ้อมกอดนอนลงดีๆ พลันมือเล็กๆมือหนึ่งก็ยื่นขวดน้ำพลาสติคที่บรรจุของเหลวสีแดงเข้มส่งให้ เมื่อเงยหน้ามองก็พบกับคิทซึเนะตัวน้อยที่กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่
" เลือดงู ปู่เมียวกะทำให้ กินซะ " เขารับมาก่อนจะพูดเบาๆ
" ขอบใจชิปโป " อินุยาฉะยกเลือดงูเข้มข้นขึ้นดื่ม ในเวลาแบบนี้เลือดงูเป็นอะไรที่ช่วยฟื้นกำลังได้ดีที่สุด
" เออ ว่าง่ายๆซะหน่อยเจ้าน่ะ เหอะ " ชิปโปว่ากึ่งงอน ก่อนจะกระโดดไปหยิบยาหญ้าแห้งใส่ลงในหม้อ อินุยาฉะหลุดยิ้ม
" ถ้ายังไงก็กินยานี่เสริมหน่อยนะ แล้วนอนต่ออีกหน่อยก็ดี " ยายคาเอเดะบอก ยื่นถ้วยยาสีเขียวหม่นส่งให้ซึ่งอีกฝ่ายรับมาแต่โดยดีก่อนจะดื่มจนหมด เขาวางถ้วยลงข้างตัว พลางมองหน้าของหญิงสาวข้างกายที่สลบไปโดยที่น้ำตายังไม่ทันแห้งด้วยซ้ำ
" เอาละ ชิปโปไปกันเถอะ ปล่อยให้อินุยาฉะมันพักผ่อนหน่อย "
" อืม ข้าไปล่ะ ดูแลคาโกเมะให้ดีๆนะเฟร้ย ไม่งั้นข้าจะตื๊บเจ้าแน่ " ชิปโปคาดโทษคนเจ็บ อินุยาฉะผิวปาก
" ทำได้เหรอ อย่างเจ้าน่ะ "
" เจ้าบ้า " ขณะที่กำลังจะโดดไปเขกกะโหลกคนเจ็บ ก็โดนสวนกลับมาก่อน ครึ่งอสูรชุดแดงมองชิปโปที่สลบเหมือดก่อนจะว่าขำๆ
" โทษนะ ข้าโดนเขกกะโหลกมาระบมไปหมด ไม่อยากโดนเจ้าเขกอีก " ร่างเล็กๆของคิทซึเนะน้อยลอยละลิ่วไปหายายคาเอเดะ
" ข้าไปล่ะ " คนมากวัยกว่าว่า ก่อนจะหิ้วชิปโปออกไปนอกกระท่อม ทิ้งไว้แต่อินุยาฉะกับคาโกเมะ ร่างงสูงหันไปเป่าเทียนใกล้ๆตัว แสงสว่างไหววูบก่อนจะดับลง กระท่อมหลังเล็กมืดลงไปถนัดตาเมื่อต้นกำเนิดแสงหายไป มีเพียงแสงจันทร์สีเย็นนวลตาที่ส่องเข้ามา
" คาโกเมะ " อินุยาฉะมองใบหน้าคาโกเมะอีกครั้ง ก่อนจะก้มลงจูบเบาๆที่หน้าผากนวล
" ถ้าเจ้าตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่...ข้ามีอะไรจะบอกเจ้านะ " ว่าจบก็ล้มตัวลงนอนข้างๆ เปลือกตาเหมือนจะหนักขึ้นมาอีกครั้ง แขนยาวที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลเอื้อมไปคว้าร่างเล็กข้างกายมาสวมกอด ไออุ่นและกลิ่นหอมจางๆ พาให้เขาค่อยๆเข้าสู่นิทรา ใบหูเหมือนได้ยินเสียงเพลงดังมาจากไหนสักที่ เพลงที่ไม่เข้าใจแต่เขากลับรู้สึกชอบมัน ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าดังมาจากไหน หมายความว่าอะไร แต่เขาชอบเหลือเกิน ดูท่าว่าหากตื่นขึ้นมาแล้ว จะต้องขอให้คาโกเมะร้องให้ฟังเสียหน่อย
เพลงอะไรกันนะ...
เพราะมากมายเหลือเกิน...
.
.
.
.
" ค่า มายะนะคะ มายะได้รับจดหมายมาจาก คุณเจ้าหญิงถั่วเขียวค่ะ ว่าเธอคืนดีกับแฟนแล้ว มายะดีใจด้วยนะคะ แล้วมายะเองก็อยากให้คู่รักคนอื่นๆที่งอนกันคืนดีกันเหมือนคู่ของคนเจ้าหญิงถั่วเขียวนะคะ เธอยังบอกด้วยค่ะ ว่าชอบเพลง Have I Told You Lately มากๆจนอยากจะขอให้เปิดให้ฟังอีกครั้ง มายะต้องเปิดให้แน่ค่ะ เพราะเพลงนี้ติดชาร์ตเพลงรักของเราเป็นวันที่ 5 แล้วล่ะค่ะ อย่าเพิ่งเบื่อฟังกันนะคะ มายะจะเปิดให้ฟังค่ะ อ๋อ แล้วก็ต่อจากเพลงฮิตของเราจะเป็นเพลง Endless Love ของ Lionel Richie และ Diana Ross ค่ะ...."
.
.
.
.
" ไหน ขอดูแผลหน่อยสิ " คาโกเมะว่า พลางชุบน้ำยาล้างแผลกับสำลี อินุยาฉะยื่นตัวให้ ผ่านไปหลายวันอาการของเขาดีขึ้นมาก แต่คนพยาบาลเนี่ยสิที่เฝ้าห่วงน่าดู เช็ดแผลเช็ดตัวทุกวัน วันละ 3 หน หนละเป็นชั่วโมง จนยายคาเอเดะกับชิปโปหมดงานจะทำ แม่เจ้าประคุณแย่งหมด แต่ทุกๆคนที่เห็นคาโกเมะกลับมายิ้มแย้มแจ่มใสแล้วก็พากันโล่งใจไม่น้อย เช่นเดียวกับคนเจ็บที่ดูอารมณ์ดีไม่อาละวาดแบบเมื่อก่อน
" หายแล้วน่า ไม่ต้องเช็ดแผลบ่อยๆหรอก "
" ไม่ได้ๆ เช็ดบ่อยๆเชื้อโรคจะไม่เข้า มาเร็ว " หญิงสาวเรียก ให้อีกฝ่ายใกล้เข้ามา ซึ่งเขาก็ทำตามแต่โดยดี
" คาโกเมะ "
" จ๊ะ? "
" เพลงอะไรเหรอที่เจ้าร้องตอนก่อนที่ข้าจะฟื้นน่ะ "
" เพลง...อ๋อ...เพลงนั้นนั่นเอง มีอะไรเหรอ "
" เพราะดีน่ะ ข้าชอบ "
" เหรอ รู้ไหมว่ามันมีความหมายว่าไง " คาโกเมะถาม
" ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเพราะ " ชายหนุ่มตอบตามจริง คนฟังยิ้มพราย
" ความหมายของมันก็คือ...ฉันบอกเธอสายไปรึเปล่า?...ว่าฉันรักเธอน่ะ " คนเจ็บเกิดอาหารหน้าแดงขึ้นมาไม่มีเหตุผล คาโกเมะตัดปลายผ้าพันแผลอย่างประณีตก่อนจะกลัดเข็ดกลัด เธอจ้องมองแผ่นหลังของคนตรงหน้าที่มีแต่แผลอย่างรู้สึกผิดหน่อยๆ ร่างเล็กค่อยๆวางอุปกรณ์ทำแผลในมือ ก่อนจะเอื้อมมือไปกอดอีกฝ่าย
" อินุยาฉะ "
" อะไรเหรอ " อินุยาฉะถามเบาๆ ตกใจไม่น้อยที่จู่ๆถูกกอด
" ฉันบอกเธอไปรึยัง... "
" เรื่องอะไร "
" ว่าฉันรักเธอนะ " ร่างสูงค้างไปชั่วขณะก่อนจะละล่ำละลั่กพูดออกมา
" ....พูดอะไรน่ะ "
" ตอบฉันหน่อยสิว่า เธอคิดเหมือนฉันไหม " คาโกเมะขยับตัวอ้อมมาข้างหน้า จ้องใบหน้าของคนเจ็บที่ดูดีขึ้นมาก อินุยาฉะใจเต้นแรงราวกับกลองศึก เมื่อจ้องหน้าของคนตรงหน้าที่ตอนนี้กลับมามีเลือดฟาดเปล่งปลั่งแล้ว
" ไม่เอา "
" น่านะ " เธออ้อน ดึงผมสีเงินของชายหนุ่มเบาๆ อินุยาฉะหน้าแดงเถือก เขาถอนใจก่อนพูดอุบอิบๆ
" เอียงหูมา " พยาบาลจำเป็นทำตาม ก่อนที่เสียงทุ้มของชายหนุ่มจะพูดประโยคที่ทำให้เธออดที่จะโผเข้ากอดคนเจ็บไม่ได้เลย
" ฉันรักเธอ "
Have I told you lately that I love you...
Have I told you there's no one else above you...
You fill my heart with gladness...
Take away all my sadness...
Ease my troubles, that's what you do...
*************************
" แม่ครับ "
" จ๊ะ โซตะ "
" พี่เขาจะคืนดีกับพี่อินุยาฉะได้ไหม " คนมากวัยกว่ายิ้ม
" ก็ที่พี่เขายังไม่กลับมาแบบเนี่ย ยืนยันได้แน่นอนจ้ะ ว่าคืนดีกันแล้ว "
TBC....
ค่า...รู้ตัวเลยค่ะว่ามาช้ามาก....งานเยอะค่า เน็ทหมดค่า TT o TT แต่ก็พยายามปั่นมาเต็มที่ เพราะอินุยาฉะกับท่านพ่อเฝ้าหลอกหลอนข้างหูทุกวันว่าให้แต่งเร็วๆ คนเขียนจะบร้าตาย - * - แต่ก็แต่งนะ ตอนนี้ถือว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่ดีเท่าที่คิดไว้ตอนแรก เอาความทุ่มเทไปลงตอนกลางตอนหมด สามีน้อยโผล่ศีรษะมาสักนิดนึง เลยติดลมบน หลังๆชักแผ่วปลาย ก็ไม่ค่อยมีอะไรมากนี่เนอะ เพราะคาโกเมะก็ขอโทษอินุยาฉะไปแล้ว คราวนี้มันก็เหลือตรงที่ว่า ปราสาทนั่นมีอะไร ซึ่งอีกั้งขอไปเฉลอยเอาในบทส่งท้ายสั้นๆ ไม่มีอะไรมากมายที่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเลย
ปล. ฟังเพลงประกอบที่นี้ค่ะ Fiction Inuysha : Have I Told You Lately...
บทส่งท้าย...
" ปราสาทนั่น เคยเป็นปราสาทของแม่เธอเหรอ "
" ใช่ เจ้าปีศาจนั่นซ่อนตัวอยู่ใต้สะพานข้ามสระน้ำกลางตำหนักเก่าของท่านแม่ข้า " อินุยาฉะบอก พลางมองท้องฟ้าสีคราม ตอนนี้เขาหายดีพอที่จะเดินเหิน ออกมาข้างนอกได้มากขึ้น
" มิน่าล่ะ เธอถึงได้อยากปราบปีศาจ "
" ความจริง มันก็ไม่สลักสำคัญอะไรหนักหรอก เพราะท่านแม่ข้าตายไปตั้งนานแล้วนี่นา "
" ไม่หรอก มันต้องสำคัญสิถ้าถึงขนาดเธอเสี่ยงชีวิตไปน่ะ " คาโกเมะว่ายิ้มๆ ส่งน้ำชาให้อีกฝ่าย เขารับมาดื่มก่อนจะเล่าต่อ
" สะพานนั่น ท่านแม่เล่าให้ฟังว่าท่านพ่อชอบมาเดินบ่อยๆ แล้วก็เป็นสถานที่ทั้งคู่นัดเจอกันด้วย " หญิงสาวมองหน้าคนรัก
" เล่าให้ฟังหน่อยสิ ท่าทางโรแมนติกดี "
" อยากรู้เรอะ "
" อืมๆ " คาโกเมะพยักหน้า อินุยาฉะยิ้ม
" ต้องมีของแลกเปลี่ยน "
" อะไรเหรอ "
" หลับตาสิ " ร่างบางทำตามอย่างว่าง่าย คนชุดแดงลุกขึ้นก่อนจะค่อยๆโน้มริมฝีปากลงไปประทับกลีบปากบางของคาโกเมะ แม้จะตกใจที่อินุยาฉะจูบเธอโดย ไม่ให้ตั้งตัวอีกแล้ว แต่เพราะไม่ได้เป็นการฝืนใจ หญิงสาวจึงไม่ขัดขืนปล่อยให้เขาเอาข้อแลกเปลี่ยนตามใจ
" อินุยาฉะ " เธอรำพึงเบาๆหลังจากคนตรงหน้าผละออกไป
" ถามคนเขียนสิ... "
" เอ๋ M_Black นะเหรอ "
" ใช่ นั่นน่ะ ประธานสภาชมรมคนรักคู่ท่านพ่อท่านแม่ข้าแห่งจักรวาลเลยมั้ง "
" อา...งั้นก็ต้องรอนานเลยนะ " คาโกเมะว่าพร้อมยิ้มแห้ง
" เจ้าไม่รอนานหรอก คนอ่านน่ะรอนาน ยัย M_Black น่ะ ชอบดองฟิค เอาเวลาไปทำตัวติงต๋อง จะแต่งก็แต่งแต่ตอนติดเรท แต่ถึงขนาดนั้นก็ไม่แต่งนะ เบน เวลาแต่งฟิคไปหาอาหารกินจนอ้วนปั๊ก 70 โลได้แล้วมั้งน่ะ แล้วก้วาดรูปห่วยๆตามจินตนาการบ้าบอของยายนั่น ไหนจะเอาแต่กรี๊ดบี้ เดอะสตาร์ เฝ้าเป็นทาสรักป๋าเดปป์อีก อ๋อ! ช่วงนี้บ้าโหลดบิทแบบโง่ๆด้วยนะ " คาโกเมะอึ้งในคำบอกเล่าจากปากของอินุยาฉะ มองซ้ายแลขวากลัวว่าอยู่ๆจะมีธนูพุ่งมาเสียบอกอินุยาฉะ ซะก่อน แต่ดุเหมือนจะไม่มี...
" เอาล่ะ แต่สำหรับเจ้าข้าเล่าให้ฟังก่อนดีกว่า " ชายหนุ่มพูด
" ดีจ้ะ "
.
.
.
FIN....
น่าน!!! เป็นบทส่งท้ายที่เลวร้ายมาก ลูกชายคนเล็กด่าอิฉันแบบไม่ไว้หน้าเลย มันน่าให้ตายซะตั้งแต่ตอนที่แล้วจริงๆเลยนะเนี่ย ก็อย่างที่อินุมันพูดแหล่ะนะ คนเขียนเป็นงั้นจริงๆ ไม่ได้สะตอแม้แต่น้อย แต่เขาก็จะพยายามให้มากๆ เพื่อท่านอินุไทโชผู้บทน้อยเหลือเกินในอนิเม และในหนังสือ แต่สำหรับในใจนัง กั้งแล้ว เต็มเปี่ยมด้วยรักนะค่า ตัวเอง ~~~ ก็จะพยายามแต่งนะแม้คนอ่านจะน้อย การแต่งลงเน็ทมันเป็นการบังคับตัวเองกลายๆไงก็ไม่รู้ อ่อ มีโครงกาณ์จะรวม เล่ม Follw me My Love ด้วย แต่งบยังไม่มา ถึงมาก็ทำอ่านเองคนเดียว น่าน....เอาน่า
Speacial Thank
1. อาจารย์รูมิโกะ - ไม่ได้อาจารย์...หนูจะเอาอินุมามายำได้ไงเนอะ ยังไงๆหนูก็เสียงตังค์ไปช่วยอาจารย์เสียภาษีแล้วนะคะ
2. ปะป๊า + หม้าม้า - ผู้ให้ทุนในการซื้ออินุมานอนกองไว้อ่าน
3. นักอ่านทุกท่าน - ขอบคุณแรงใจ คำคอมเมนท์ต่างๆ
4. ตัวเอง - อดทนเป็นเลิศ
5. โดโรธี - แม่คอมเก่าแก่คู่ใจ
6. เพลง Have I Told You lately - เพลงโปรดอันแสนบอกอายุ ชอบมากๆ แรงบันดาลใจของฟิคนี้
7. ทุกๆคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฟิคนี้ ไม่ว่าจะเพื่อนที่เคยให้ยืมอินุมาดู หรือช่อง 9 ที่เอาภาค 3 มาฉายจนติดงอมแงง ขอบคุณค่า
พบกันใหม่ใน Inuyasha Fanfiction เรื่อง A Love Before Time ภาค I - II นะคะ ^ ^ หรือไม่ก็ Inuyasha : Fairy Tale สารพัดยำนิยายและวรรณกรรมบันลือโลกหรือไม่ก็ Happy [Inuyasha] Fanily ค่า!!!
About Me 


#1 By ใบระกา on 2008-12-22 12:35