Fiction Inuyasha : F o l l o w M e . . . M y L o v e 3
posted on 28 Sep 2008 17:24 by melanie in Fiction
Fiction Inuyasha : F o l l o w M e . . . M y L o v e 3
By : M_Black
Style : Drama , Romantic
Paring : Sesshoumaru & Rin
Waring !!! Spoil Manga Vol .48
**********************************************
ตั่งเบื้องหน้าที่ใหญ่โตและงดงาม เป็นที่วางร่างเล็กๆที่นอนทอดกายไร้ลมหายใจ จาเค็นกับโคฮาคุไร้คำพูดใดๆจะเอ่ยกับชายหนุ่มที่ยืนหันข้างให้กับริน เพียงแค่มองทั้งคู่ก็รู้ดีว่า เขาพยายามแค่ไหนที่จะหลีกหนีจากความจริงที่เห็นเด่นชัดมากมายขนาดนี้ ร่างของเด็กตัวเล็กที่ก่อนหน้านี่แค่ไม่ถึงชั่วโฒงยังเดินตามเส็ทโชมารุต้อยๆเหมือนแต่เดิมที่เคยทำ แต่ตอนนี้รินได้แต่นอนอย่างเดียวเท่านั้น คนมากวัยกว่าใครทั้งหมดในที่นั้น เดินเฉิดฉายมาหยุดยืนเบื้องหน้าบุตรชาย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
" เป็นอะไรรึ ลูกชายทำไมดูเจ้าเศร้าสร้อยจังเลยล่ะ ทั้งๆที่เมวโดวของเจ้ามันก็ใกล้จะสมบูรณ์แล้วนะ " อีกฝ่ายนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะถามเรียบ ปลายหางตาชำเลืองมองใบหน้าของริน
" ท่านรู้อยู่แล้วใช่ไหม ว่ารินจะต้อง...ตาย " คำพูดหลังสุดทำเอาเขาแทบจะเอ่ยออกมาไม่ได้ แต่ทิฐิชั่ววูบก็ทำให้เขาต้องเอ่ยถามมารดาผู้ที่เขารู้ดีว่านอกจากตัวของเธอเองแล้วนั้น เธอไม่ใคร่จะสนใจใยดีใคร ไม่ว่านนั้นจะเป็นท่านพ่อของเขา หรือแม้แต่ลูกชายแท้ๆอย่างเขาก็ตาม
" เส็ทโชมารุ เจ้าไม่รู้ใช่ไหมล่ะ ว่าดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นน่ะ ชุบชีวิตได้แค่1 คน ต่อ 1ครั้ง มันเป็นเหตุผลที่ง่ายๆมากนะ ชีวิตทุกชีวิตย่อมมีชีดจำกัด ไม่มีใครหน้าไหนต้านทานกระแสแห่งกาลเวลาได้ " ความจริงที่เอ่ยขึ้นมา ทำให้อสูรหนุ่มนิ่งอึ้งถึงสิ่งที่เขาไม่เคยได้รู้มาก่อน เขาเคยรู้แค่เพียงดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นนั้นชุบชีวิตครั้งเดียวได้เป็นร้อยชีวิต แต่ไม่เคยมีใครบอกเขาว่า มันชุบได้แค่ 1 ครั้งเท่านั้น คนเป็นแม่ขมวดคิ้วเมื่อเห็นท่าทีบุตรชาย
" เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นพระเจ้าหรือไง? การใช้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นน่ะจำเป็นที่เจ้าต้องหวาดกลัวต่อความตาย เจ้าจำเป็นที่จะต้องรู้นะ เมื่อถึงเวลาที่หัวใจเจ้าต้องการช่วยชีวิตคนที่เจ้ารัก เจ้าควรหวาดกลัวและเจ็บปวดต่อสิ่งนั้น "
' หวาดกลัวและเจ็บปวด ' เส็ทโชมารุทวนคำของมารดาภายในใจ สิ่งเหล่านี้เราไม่เคยรู้สึกแม้สักนิด เราได้แต่เดินไปข้างหน้า ไม่เคยเดินกลับ ไม่หวาดกลัว ไม่มีความเจ็บปวด แต่ตอนนี้ทำไมหน้าอกของเขามันถึงแน่นเหลือเกิน
" พ่อของเจ้าเคยพูดไว้...ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นเป็นดาบสำหรับรักษา ทุกๆครั้งที่เจ้าใช้มันเป็นอาวุธเจ้าต้องรู้จักความสำคัญของชีวิต ทุกครั้งที่ฟันดาบลงไปจำเป็นต้องมีหัวใจที่อ่อนโยนสงสารให้กับศัตรู "
" นี่คือการช่วยชีวิตร้อยชีวิต ด้วยการใช้ดาบเขี้ยวฟ้าฟื้นส่งศัตรูไปยังปรภพไงล่ะ " จาเค็นที่ยืนชิดกับตั่งข้างๆริน มีดวงตารื้นน้ำขึ้นมาทันทีที่ได้ฟังเหตุผลทั้งหมด เพื่อที่จะได้สอนเรื่องนี้กับเส็ทโชมารุผู้ขาดความเมตตาสงสาร มันหมายความว่ารินต้องตายเพื่อให้เขารู้เชียวรึ? เจ้าปีศาจหน้าคล้ายกบร้องไห้สะอึกสะอื้น จนหญิงสาวผมยาวต้องหันมามอง
" เจ้าตัวจ้อย ร้องไห้รึ? "
" ข้าชื่อจาเค็นขอรับ " จาเค็นบอกชื่อ ก่อนจะยกชายเสื้อขึ้นซับน้ำตาพูดสะอึกสะอื้นเสียงดัง
" ทุกๆครั้งที่ท่านเส็ทโชมารุไม่สามารถแสดงน้ำตาของท่านได้ ข้าจะเป็นคนแสดงออกมาเอง " อีกฝ่ายร้องอุทานเบาๆ ดวงหน้างามหันไปหาเบุตรชายที่ยังนิ่งอึ้งอยู่กับคำสอนอันลึกซึ้ง
" เจ้าเสียใจรึ?...เส็ทโชมารุ "
.
.
.
.
.
ในความมืดที่ทั้งเย็นและเงียบเหงา ร่างเล็กๆของรินเดินตามแสงที่เหมือนจะริบรี่ลงไปหลายครั้ง ขาทั้งสองเมื่อล้า เด็กหญิงได้แต่ฝืนตัวเองเดินไป หัวสมองคิดอะไรไม่ออก แขนเล็กอดเข้าหากันเพื่อพยายามจะคลายความหนาว แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก ใบหน้านวลซีดขาว แสงที่กำลังส่องสว่างเบื้องหน้าห่างไกลไปทุกทีที่เธอหยุดพักขา รินรู้สึกสิ้นหวังจนในที่สุดก็ล้มลงกับพื้นที่เย็นเยียบเหมือนฉาบด้วยน้ำแข็ง ห้วงความรู้สึกจมดิ่งอยู่กับความรวดร้าวและขมขื่น รินเผยอสายตาขึ้นมองแสงสว่างที่บัดนี้ได้หายลับไปแล้ว...
...เพียงลำพังในความมืดมิด...
" ไม่...ไม่อยากจะอยู่คนเดียว "เด็กหญิงพึมพำเสียงสั่น พยายามลุกขึ้นเดินอีกครั้งแต่ก็ล้มลงไป รอบกายเวิ้งว้างมืดสนิด รินนั่งนิ่ง หยดน้ำตาไหลรินจากดวงตากลมโต เธอตัวคนเดียวในความมืดที่อ้างว้าง และไม่มีใครให้พึ่งพิง
" ใครก็ได้...พาออกไปที " รินร้องเรียก แต่ทุกอย่างก็เงียบเฉกเช่นเดิม รินร้องไห้กู่ร้องจนเสียงแหบแห้ง แต่เธอก็ไม่พบว่าใครที่มาช่วย ขาทั้งสองก็เหนื่อยจนลุกไม่ขึ้นอีกแล้ว รินพยามยามแล้วก็พยายามที่จะเรียกชื่อใครสักคน แต่เธอก็นึกไม่ออกว่าจะเรียกใคร สมองว่างปล่า แม้แต่ชื่อตัวเองเธอก็เหมือนจะลืมไปแล้ว นานเหมือนเป็นนิรันดร์รินนั่งนิ่ง ดวงตาเธอไร้แววอีกต่อไป
...ทุกอย่างว่างเปล่า...
...ที่มืดๆแบบนี้ไม่มีใครทั้งนั้น...
...ตัวคนเดียวอีกครั้ง...
...ตัวคนเดียวท่ามกลางความมืดที่รายล้อม...
...ใครก็ได้...
...ช่วยที...
' ใครล่ะ? ' เหมือนมีเสียงหนึ่งในมโนสติดังถาม แต่รินก็ตอบไม่ได้ เธอจำอะไรไม่ได้ แสงสว่างสุดท้ายที่เป็นเหมือนที่พึ่งก็หายลับไปแล้ว มาตัวคนเดียวก็ต้องอยู่ในที่มืดสนิทที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกแบบนี้ต่อไปตัวคนเดียว ไม่มีใครจะช่วยเธอได้
' ลืมใครไปบ้างไหม ' เสียงเดิมถามซ้ำ รินพยักหน้าให้กับเสียงนั่น ดวงตายังคงว่างเปล่า เธอเหมือนจะนึกถึงใครบ้างคนที่เชื่อมั่นแน่นอนว่าเขาจะมาหาเธอหากเธอต้องการ
' เรียกชื่อเขาสิ...เรียกชื่อเขา ' รินร้องไห้ออกมาอย่างหมดแรง เธอนึกชื่อเขาไม่ออก เธอจำไม่ได้ จำไม่ได้...
...ใครกัน...
...คนที่ฉันต้องเรียกชื่อ...
...ใครกัน...
*******************************
" เจ้าเสียใจเหรอ เส็ทโชมารุ " คนถูกถามเงียบไป หญิงสาวผมยาวถอดสร้อยคออันเป็นที่เก็บศิลาเสี้ยวจันทร์ปรภพออกจากคอ พลางบ่นพึมพำอย่างไม่ชอบใจกับท่าทีของลูกชายคนเดียวของตนเท่าไหร่นัก
" อย่านึกนะ ว่าข้าจะทำแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สองน่ะ " สร้อยศิลาถูกนำไปวางบอยู่บนตัวของริน พลันเกิดแสงสว่างเรืองรอง
" แสง... " จาเค็นพึมพำ
" แสงนั่นก็คือ...ชีวิตของเด็กนั่นไงล่ะ " คนเป็นแม่หันไปมองที่บุตรชาย เส็ทโ๙มารุจ้องมองร่างไร้วิญญาณของรินแบบนิ่งเฉย แต่ในดวงตาสีทองอำพันนั่นเหมือนจะเต็มไปด้วยความหวังอะไรบ้างอย่างที่ลุกโชนอยู่ภายใน
...หากเจ้านี่เหมือนพ่อจริงๆล่ะก็...
...ยัยเด็กนี่ก็คงรอด...
******************************************
นานเท่าไหร่ยากจะนับ ท่ามกลางความมืดที่ไร้ขอบ ร่างเล็กๆของเด็กหญิงตัวเล็กในชุดกิโมโนสีส้ม นอนนิ่งอยู่ เธอเหมือนกับคนตายเพราะดวงตาที่ว่างเปล่า ไม่ขยับ ไม่เปล่งเสียง และไม่คิดถึงอะไรทั้งสิ้น ความมืดเหมือนกำลังกลืนเธอเข้าไปทีละน้อย แต่ก็หาได้ใส่ใจอีกต่อไปแล้ว...
...กำลังจะถูกกลืนไปแล้วสินะ...
ดวงตาสีดำอมน้ำตาลค่อยๆหลุบลง เธอยอมแพ้ให้กับความมืดที่รายล้อม หมดแรงที่จะต้านทาน ยอมที่จะสาบสูญไปตลอดกาล
" ริน " เสียงหนึ่งที่ไม่ใช่เสียงของมโนสติของเธอดังขึ้นเบื้องหน้า จนเปลือกตาที่ปิดไปแล้วต้องลืมขึ้นมา เงาร่างรางๆที่ส่องสว่างข้างหน้าได้ขับไล่ความมืดที่กำลังจะกลืนกินเธอไป รินจ้องมองคนตรงหน้า
" ใคร? " เด็กหญิงถามเบาๆ แต่เงานั่นไม่ตอบ เพียงแต่หันหลังเดินไป ชั่ววูบขณะนั้นเหมือนเกิดแรงผลักให้รินลุกขึ้นเดินตามไป แม้ไม่รู้ว่าเป็นใครแต่ก็ยอมที่จะตาม ร่างทั้งร่างเหมือนรับรู้ให้ไปด้วยสัญชาตญาณ ทุกครั้งที่เงาสีขาวก้าวเธอก็ก้าว
...คุ้นเคยกับการเดินแบบนี้....
...เราเคยเดินตามใครแบบนี้นะ...
ชั่วขณะนึงที่กำลังคิด เด็กหญิงก้าวพลาดจนล้มคะมำอีกครั้ง ขาทั้งสองปวดร้าวขึ้นมาอีก ความหวาดกลัวเริ่มต้นอีกครั้ง รินมองไปที่เงาสีขาว เงานั่นหายไปแล้ว เหมือนครั้งที่เธอก็ตามแสงไปไม่ทัน เด็กหญิงก้มหน้าอย่างปวดร้าว
" อีกแล้วเหรอ... " ในขณะที่เธอเกือบๆจะกรีดร้องและถูกกลืนไปอีกครั้ง แสงรางๆเหมือนมือก็ยื่นมาจากเบื้องหน้า รินเงยหน้าขึ้นมอง เงาเดิมที่ดูเหมือนจะเป็นชายหนุ่มร่างสูง ผมยาวสีเงิน ใบหน้าที่ดูรางเลือนนั่น เธอคลับคล้ายคลับมากที่สุด
" ส่งมือมา " เสียงที่เปล่งออกมาเรียบเฉย รินยื่นมืออกไปวางบนมือของเขา มือใหญ่กุมมือเล็กๆของเธอไว้แน่น ฉุดให้ลุกขึ้นเดิน
...ไม่ใช่เดินตาม...
...แต่เป็นการเดินทางเคียงข้างกันไป...
...จะไม่มีใครที่ถูกทิ้งให้รออีกแล้ว...
ในความมืดมิด รินยิ้มให้กับตัวเองที่เธอมีเพื่อนเดินเคียงข้างไป ความมืดมิดค่อยๆจางหายไป รอบตัวดูไม่อ้างว้าง แม้จะไร้คำพูดใดๆที่เอ่ยต่อกัน แต่ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากมือทั้งสองที่เดินจูงกันอยู่นั่น ก็ทำให้รินเป็นสุขมากพอ ที่แห่งนี้ไม่อาจทำให้เธอหวาดหวั่นได้อีกต่อไป ตราบใดที่คนๆนี้ เงาแสงสว่างที่เธอรู้สึกคุ้นเคยนี่ยังอยู่ใกล้ๆ
...ไม่ว่าอะไร...
...ก็ไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว...
เสียงเหมือนลูกแก้วกลิ้งกระทบกันดังเรียกให้รินเงยหน้ามองไปข้างหน้า เบื้องหน้าของเธอที่เคยมิดมิดกลับมีแสงสว่างเรืองรอง ยามที่กายต้องแสงนั่นก็รู้สึกอบอุ่นจนผ่อนคลาย ร่างทั้งร่างที่เหมือนจะเย็นชืดเฉกเช่นคนตายกลับรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้น รินไม่รู้ว่าเธอต้องทำสิ่งใดในตอนนี้ เดินไปข้างหน้าที่ส่องสว่างหรือไปอีกทาง แล้วคนที่อยู่ข้างกายของเธอล่ะ...
" ไปสิ... " จู่ๆเขาก็พูดขึ้นมา
" เอ๋... "
" เดินไปสิ "
" แต่ว่า... " รินอึกอัก กลัวว่าหากเธอปล่อยมือของเขาลง เธอจะโดดเดี่ยวอีกครั้ง
" เรียกชื่อ... "
" เรียกชื่อข้าสิ... "
" ชื่อ? " รินจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่รางเลือน เธอพยายามนึกให้ออกว่าเขาคือใครกัน แต่เธอก็ไม่อาจจะทำได้ ชายร่างสูงก้มลงคุกเข่าจนใบหน้าที่รางเลือนอยู่เสมอกับใบหน้าของริน
" จำข้าให้ได้สิ...คนที่เป็นคนสำคัญที่สุดของเจ้าน่ะ " เมื่อรินได้ยินดังนั้น เธอก็ยิ้มออก เพราะเธอจำได้ทั้งหมดแล้วว่าใครกันที่เธอต้องเรียก เด็กหญิงพยักหน้าน้อยๆ ก่อนเปล่งเสียงเรียกชื่อที่ถวิลหามาตลอด
ท่านเส็ทโชมารุ........
เพียงคำเรียกที่แผ่วเบา แสงสว่างเบื้องหน้าก็เจิดจ้าจนต้องหลับตาลง ภาพสุดท้ายก่อนที่รินจะทันหลับตาคือใบหน้าคมงามดุจเทพบุตร ที่กำลังใช้ดวงตาสีทองอำพันงดงามมองเธออยู่ ใบหน้าที่เธอเฝ้ามองอยู่ทุกๆวัน ใบหน้าที่เธอปรารถนาจะเห็นมากที่สุด ก่อนที่ความรู้สึกจะจบวูบและมืดสนิทไปชั่วขณะ ไม่นานนักเท่าที่รินคิด เธอก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน เสียงที่คุ้นเคยมากนัก เปลือกตาค่อยๆขยับขึ้นลืมอย่างแช่มช้า เธอสัมผัสได้ถึงแสงสว่างอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คือแสงสว่างที่จะไม่จางหายไป และสิ่งแรกที่เห็น ก็คือใบหน้าที่เพิ่งจะส่งเธอให้กลับคืนสู่แสงสว่างอีกครั้ง...
" เจ้าริน " จาเค็นเรียกชื่อเด็กหญิงอย่างตกใจปนดีใจ รินกำลังจะอ้าปากเพื่อพูดแต่ด้วยการที่ร่างกายตายไปชั่วขณะจึงทำให้ลำคอแห้งพากเสียงที่เปล่งออกมาจึงกลายเป็นการสำลักอากาศจนต้องไอเสียยกใหญ่ ตอนนั้นเองที่มีมือมือหนึ่งยื่นมาสัมผัสที่แก้มจนรินลืมไอ
" เป็นอะไรไหม " เส็ทโชมารุถามเรียบๆ แต่หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆรู้ได้ทันทีว่า ถามแบบเป็นห่วงสุดๆ
" ไม่เป็นไรค่ะ " รินตอบอย่างอ่อนเพลีย มือเล็กๆเกาะกุมมือใหญ่ที่จับอยู่ข้างแก้ม ความอบอุ่นแตกต่างจากนิสัยของเจ้าตัวทำให้เด็กหญิงรู้ดีว่า เสียงที่ตามหาในความมืดมิด มือที่เกาะกุมในความมืด น้ำเสียงอ่อนโยนที่บอกทางสว่างแก่เธอ นั่นคือใคร...
ท่านเส็ทโชมารุของริน...
.
.
.
TBC...
******************
ปั่นอีกตอนก่อนลากจากไปรบในสมรภูมิการสอบ TT 0 TT โฮๆๆๆๆๆ แย่เลยเรา แต่ก็พยายามปั่นเต็มที่ อยากให้รีบจบมากๆก่อนที่ ตาแก่ไทโชจะไม่มีบท หลังจากปล่อยให้ลูกๆแซงหน้าไปก่อนแล้ว อยากรีบแต่งมาก แต่ว่าปิดเทอมอ่ะ งานเข้าล็อตใหญ่ ต้องทำงานพิเศษหาเลี้ยงชีพไว้ซื้อ ipod อ่ะค่ะ พี่น้อง แต่ถ้าเร่งงานเสร็จแล้ว จะรีบปั่นตอนต่อมาลง โฮๆ ขอบคุณทุกท่านที่ยังอ่านอยู่นะคะ
ปล. มีภาพประกอบ
อันนี้ไม่เกี่ยวแต่อยากเอาลง แบนเนอร์แฟนคลับทำเอง เหอะๆ
About Me 


รักเส็ตรินมากเลย
#1 By cartoon duo on 2008-10-04 16:56