[Fiction Inuyasha] Have I told you lately...
posted on 02 Sep 2008 17:08 by melanie in Fiction
Fiction Inuyasha : Have I told you lately...
By : M_Black
Style : Drama , Romantic
Paring : Inuyasha X Kagome
สวัสดีค่ะ นี่เป็นแฟนฟิคชั่นของอินุยาฉะ เรื่องที่ 2 แล้วสำหรับ M คู่นี้เป็นอะไรอีกคู่ที่ชอบมากๆ คนเขียนรู้สึกว่าเขาทั้งสองเหมาะกันจริงๆ เป็นพระนางที่เรียกเสียงหัวเราะ เรียกน้ำตา เรียกรอยยิ้มให้ได้บ่อยๆ แม้ตอนนี้อินุยาฉะที่ญี่ปุ่นจะจบลงไปแล้ว แต่คนเขียนก็ยังเลิกรักการ์ตูนเรื่องนี้ไม่ได้สักที และยังมีีโครงการณ์อีกมากที่จะเขียนฟิคชั่นของอินุยาฉะอีกมากมาย แม้ตอนนี้คนเขียนสภาพไม่คล่องก็ตามที แฮะๆ แต่ยังไงก็อยากจะลงฟิคของอินุยาฉะให้มากๆ เพราะตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่รู้สึกกับอินุยาฉะเหมือนลูกชายเข้าไปทุกทีๆ เพราะงั้นการแต่งฟิคนี่ก้เลยเหมือนการแกล้งลูกชายคนเล็กดีเหมือนกัน เหอๆ ก็ขอให้สนุกในการอ่านนะคะ
------------------------------------------------------
ฉันได้บอกเธอสายไปบ้างไหม?
ว่าฉันรักเธอน่ะ . . .
................................
หญิงสาวร่างโปร่งในชุดนักเรียนมัธยมปลายสีน้ำเงินเข้ม เดินช้าๆภายในศาลเจ้าฮิกุราชิ ศาลเจ้าเก่าแก่กว่าหลายร้อยปีที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่กลางเขตเมืองเล็กๆ ในเมืองหลวงอย่างโตเกียว ที่นี้เป็นบ้านของเธอ สายลมพัดโชยต้องใบไม้แห้งๆให้ไหวจากกิ่งก้านก่อนจะหลุดร่วงลงสู่พื้นหิน เมฆขาวลอยล่องบนฟ้าเบื้องบน ศาลเจ้าก็ยังคงความเป็นศาลเจ้า เงียบสงบเหมาะกับการสงบใจยิ่งนัก หากแต่ใจคนที่มาล่ะ มันจะสงบได้บ้างไหม?
" เฮ้อ...ใบไม้ร่วงเยอะจังเลย กวาดเสียหน่อยดีกว่ามั้งเนี่ยเรา " หญิงสาวว่า พลางเดินไปหลังศาลเจ้าที่เก็บข้าวของสัมเพเหระเต็มไปหมด เธออดจามกับฝุ่นจำนวนมากไม่ได้เลย มือเล็กควานหาไม้กวาดท่ามกลางความมืด ก่อนจะดึงออกมาได้
ใบไม้สีน้ำตาลเข้มแห้งกรอบปลิวตกเกลื่อนกลาดเต็มศาลเจ้า หลากชนิดหลากโทนสีเปะปะปนกันเต็มไปหมด จนคนคิดจะทำความสะอาดต้องแอบถอนหายใจ
" คาโกเมะเอ๊ย...คิดถูกไหมเนี่ย " เธอบ่นกับตัวเองเบาๆ แต่เมื่อตั้งใจแล้วก็ต้องทำ ไม้กวาดจึงได้เริ่มงานของมันหลังจากไม่ได้ใช้งานมานานพอดู ไม่นานนักเด็กชายตัวสูงคนหนึ่งก็เดินขึ้นบันไดศาลเจ้ามาทักทาย
" พี่คาโกเมะ ทำอะไรครับเนี่ย "
" อ้าว โซตะ กลับเร็วจังนะ ไม่มีเรียนพิเศษรึ " คาโกเมะเอ่ยทักน้องชาย จากเด็กชายตัวจ้อยขี้กลัว ตอนนี้โซตะโตเป็นหนุ่มน้อยชั้นมัธยมต้นที่เรียนเก่ง และเอาจริงเอาจังน่าดู ที่จะไม่เปลี่ยนก็คงเป็นนิสัยขี้กลัวที่ยังเหมือนเดิม
" มีครับ แต่ผมกลับมาเอาหนังสือ เดี๊ยวจะออกไปอีก ว่าแต่ไหงคึกมากวาดลานศาลเจ้าครับเนี่ย "
" ก็ว่างๆน่ะ อย่าลืมสิพี่มีโควต้าเข้ามหา'ลัย ได้แล้วนะ ช่วงต่อจากนี้พี่ว่างจะตายไป " อีกฝ่ายยิ้ม
" จริงด้วยสิ พี่ผมนี่เก่งจริงๆเลย " โซตะชมพี่สาว เธอเพียงแต่หัวเราะแห้งๆ
" ไม่หรอก พอเสร็จเรื่องแล้ว เวลาเรียนมันก็เหลือเฟือจะตายไป " คาโกเมะว่า พลางกวาดลานไปเรื่อยๆ
" จริงสิ ช่วงนี้ไม่เห็นพี่อินุยาฉะเลยนะ เขาไปไหนละฮะ " มือของหญิงสาวพลันหยุดลงเล็กน้อย พร้อมกับสีหน้าเศร้าๆจนเด็กชายคิดขึ้นมาได้ว่าไม่น่าถามเอาเสียเลย
" ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เจอตัวมาสองสามอาทิตย์แล้วจ้ะ "
" เหรอครับ เอ่อ...ผมขอตัวเข้าไปเอาตำราก่อนนะ เดี๊ยวจะสาย "
" จ้ะ ตามสบาย " คาโกเมะก้มหน้าลงกวาดลานต่อไป ใบไม้แห้งที่เคยกระจัดกระจายค่อยๆกองมารวมกันตรงเท้าของเธอ แต่ก็มีจุดเล็กตามหลืบม้าหินและใต้ต้นไม้ที่คาโกเมะยังไม่ได้กวาดออกมา โซตะอ้อยอิ่งมองท่าทีพี่สาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถาม
" พี่คาโกเมะ กวาดลานวัดคนเดียวคงเหงา นี่คุณปู่ก็ปวดหลัง คุณแม่ก้เตรียมทำมื้อเย็นอยู่ ...เอางี้ผมให้ยืมวิทยุเครื่องเล็กเอาไหมฮะ " หญิงสาวชุดสีน้ำเงินเข้มเลิกคิ้ว
" วิทยุ เอามาทำไหมจ้ะ มันช่วยพี่กวาดไม่ได้หรอกนะ " เธอว่าเสียงใส
" เปล่าฮะ เอามาฟังไปกวาดไปไง เพลินดีออกนะครับ เดี๊ยวผมไปเอามาให้ เพิ่งเปลี่ยนถ่านด้วย รับรองพี่ฟังได้นานเลย "
" จ้าๆ คุณน้องชาย พอดีเลยพี่ฝากกระเป๋ากับเสื้อนอกไปเก็บที " หญิงสาวแกะกระดุมถอดเสื้อนอกสีน้ำเงินเข้มส่งให้น้องชาย โซตะรับไว้ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าของพี่สาวแล้วจึงเดินเข้าไปในตัวบ้าน คาโกเมะยิ้มๆ เมื่อมองดูน้องชายคนเดียวที่โตขึ้นมาก เช่นเดียวกับเธอที่ตอนนี้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายสำหรับการเรียนมัธยมปลายแล้ว โชคดีที่ได้ลองสอบโควต้าแล้วติด ในขณะเพื่อนๆของเธอกำลังคร่ำเครียดกันอย่างหนักสำหรับมหาวิทยาลัย จะว่าไปนับแต่จบเรื่องราวในการเดินทางที่ยุคเซ็นโกกุ เธอก็มีทั้งเวลา และความเป็นส่วนตัวเพิ่มมากขึ้นมากมาย มากจนเธอรู้สึกว่า...เธอกำลังห่างเหินจากโลกฝั่งนั้นมากขึ้นทุกที รวมทั้งห่างเหินกับอินุยาฉะด้วย
" พี่ฮะ นี่ฮะ วิทยุ " โซตะวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากบ้าน พร้อมเจ้าวิทยุสีดำเล็กๆเครื่องหนึ่งกับกระบอกน้ำดื่ม
" ขอบใจจ้ะ วางไว้ที่ม้าหินเลยนะ " เขายิ้มรับ ก่อนจะเดินไปวางของที่เอามาให้พี่สาวลงที่ม้าหิน
" ผมไปนะ พี่ก้ถ้าเหนื่อยก็พักกินน้ำก่อนนะครับ "
" จ้าๆ ไปเรียนได้แล้วไป๊ เดี๊ยวก็สายหรอก " คาโกเมะเตือนน้องชาย เขายกนาฬิกาข้อมืขึ้นดูก่อนจะโบกมือกล่าวว่าพี่สาวแล้ววิ่งลงบันไดศาลเจ้าหายไป คาโกเมะหัวเราน้อยๆ เธอพิงไม้กวาดกับต้นไม้ สายตาหันไปหยุดที่วิทยุสีดำเครื่องเล็กตรงม้าหิน
" เปิดฟังเล่นๆแก้เหงาละกันนะ " เธอว่า ก่อนจะหยิบเจ้าวิทยุขึ้นเปิดหมุนหาเครื่อง เสียงดีเจค่อยๆดังขึ้น
' สวัดดีค่ะ ท่านผู้ฟังทุกท่าน กลับมาอีกครั้งกับมายะนะคะ นี่ก็บ่ายแก่ๆแล้ว เตรียมหามื้อเย็นทานกันรึยังคะ มายะยังไม่ได้เตรียมเลย แหม...มายะมองออกไปข้างนอกห้องส่ง ใบไม้ร่วงกันยกใหญ่เลยค่ะ เห็นทีกลับบ้านก็คงต้องสังคายนากวาดกันเสียหน่อย เอาละค่ะ...ช่วงบ่ายๆเกือบจะเย็นแบบนี้ มายะจะขอเปิดเพลงฟังง่ายๆสบายนะคะ เพลงนี้มีคนรีเควส์มาค่ะ ใช้นามแฝงว่าคุณ M Black ขอเพลง Baby don't cry ของนักร้องสาวเสียงคุณภาพ นามิเอะ เอมุโระซังนะคะ ชอบเพลงนี้เหมือนมายะเลยนะคะ เหมาะกับเปิดช่วงที่ใบไม้พากันร่วงไม่เกรงใจคนกวาดเลยนะคะ เอาละคะ ไปฟังกันเลยนะคะ กับ Baby don't cry . . . . '
" เอ...เราไม่เคยฟังเลยนะเพลงนี้ ลองฟังหน่อยดีกว่า " คาโกเมะว่า พลางปรับเสียงวิทยุให้ดัง ก่อนจะกลับไปเริ่มงานของตนอีกครั้ง
Can you remember that?
I remember...
Shingou machi mikaketa
Mioboe no aru aoi T-Shirts
(I remember that)
Kawara nai egao nagareta
Toki wa choudo 3 years
(Time goes by)
Koe kake you to sono tonari ni Mishiranu dareka
Futo sora shita me ni utsuru
Sora wa itsumoto onaji de
Kitto koushite hito wa chottozutsu
Sugita kisetsu ni kioku wo kakusu
Itsuka koboreta namida atsumatte
Hi wo abi te kagayaku made
*Sou dakara Baby kanashima nai de
Kangaete mo wakan nai toki mo aru tte
Sanzan demo mae ni tsuduku michi no dokoka ni
Nozomi wa aru kara
Ame no asa demo
(Baby don’t cry)
Ai ga kie sou demo
(Baby don’t cry)
Hitori ni nante shinai kara
(Baby don’t cry)
Baby don’t cry
Always stay by your side
" เพราะดีแฮะ...สมแล้วเป็นนักร้องคุณภาพ " หญิงสาวพูดกับตัวเอง มือก็กวาดปากก็ฮัมเพลงไปเรื่อยๆ จบเพลงนี้ดีเจเสียงใสก็เปิดเพลงต่อไปเรื่อยๆ ล้วนเป็นเพลงที่ฟังง่ายๆ สบายหู ชวนให้คาโกเมะจัดการงานของตัวเองอย่างไม่รีบร้อนและสบายใจกว่าที่คิด จนเวลาค่อยๆล่วงเข้าเย็นมาก ฟ้าสีฟ้าก็แปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงสวยงาม เสียงนกร้องยามคืนรังไพเราะสอดประสานไปกับเสียงลมพัดไม้ไหวยามเย็นย่ำสนธยา ที่พระอาทิตย์กำลังยอแสงสั่งทวีปเช่นนี้ กองใบไม้กองย่อมๆ ถูกกวาดไปรวมกันให้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนที่คาโกเมะจะจัดการรวบเอาทั้งหมดทิ้งลงในถังขยะไม่ไกลจากม้าหินนัก วิทยุก็ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี คนผมยาวนั่งพักเหนื่อยที่ม้าหิน พร้อมกับดื่มน้ำที่น้องชายวางไว้ให้อย่างกระหาย เมื่อมองนาฬิกาข้อมือก็พบว่าหกโมงเย็นมาแล้ว15นาที เธอถอนหายใจ
' ค่ะ...จบลงไปอีก 1 บทเพลงไพเราะจากอูทาดะ ฮิคารุซังนะคะ กับเพลง Flavor of Life ส่วนคุณแมวน้อยสีน้ำตาล มายะเปิดเพลง Right Here Waiting ของ Richard Marx ให้แล้วนะคะ ...โอ้...เวลาผ่านไปเร็วจังนะคะ นี่ก็จะหกโมงครึ่งแล้ว เวลาที่มายะจะได้เปิดเพลงให้ท่านผู้ฟังก็ใกล้จะหมดแล้วสิเนี่ย เสียดายจังเลยนะคะ อ๋อ...มีสาสน์ปรึกษาหัวใจจากคุณ เจ้าหญิงถั่วเขียว ส่งมาค่ะ มายะอ่านแล้ว เข้าใจถึงความรู้สึกของคุณ เจ้าหญิงถั่วเขียวนะคะ คุณกำลังกลุ้มใจที่รู้สึกว่าคุณกำลังห่างเหินกับคนรักที่อยู่ห่างไกล และได้เจอกันน้อยมาก และครั้งสุดท้ายที่เจอกันก็ทะเลาะกันเสียด้วย โอ้...เป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะคะ เรื่องแบบนี้ มายะว่าคุณเจ้าหญิงถั่วเขียวคงต้องค่อยๆปรับความเข้าใจกับคนรักแล้วล่ะค่ะ มายะว่าคำพูดที่ว่า ตัวห่างใจก็ห่าง นั่นไม่ใช่เรื่องจริงหรอกค่ะ เชื่อมายะสิคะ คนรักกัน คนที่เข้าใจกัน แค่คิดถึงกัน มายะเชื่อว่าความรู้สึกของทั้งคู่ต้องส่งผ่านถึงกันและกันแน่นอนค่ะ ใช้ความผูกพันมาเป็นตัวเสริมสร้างความคิดถึงถึงกันและกันสิคะ ระยะทางไม่ใช่ปัญหาค่ะ ..... ค่ะ สาสน์ฉบับต่อไป..... '
" ระยะทางไม่ใช่ปัญหางั้นเหรอ...แล้วทำไมเราทั้งคู่ถึงเหินห่างกันแบบนี้ล่ะ " คาโกเมะพึมพำกับตัวเอง เมื่อนึกถึงเหตุการ์ณ์ครั้งสุดท้ายที่เธอทะเลาะกับอินุยาฉะ เมื่อราวๆ 3 อาทิตย์ก่อน
................
" อีกแล้ว ติดธุระอะไรของเจ้าอีกล่ะ " เสียงอินุยาฉะดังลั่นออกมาจากห้องของคาโกเมะที่ตอนนี้กำลังจัดข้าวของลงในกระเป๋า และนั่งเช็คพอร์ตโฟลิโอ้บนโตีะไปด้วย หญิงสาวขมวดคิ้วทำหน้าไม่พอใจ
" ก็บอกแล้วไง มหา'ลัย ที่ฉันได้โควต้าเขาเรียกตัวไปสอบสัมภาษณ์พรุ่งนี้ เพราะงั้นพรุ่งนี้ฉันไปโลกโน้นกับนายไม่ได้ "
" ก็ไหนเจ้าสัญญาว่า จะไปช่วยข้าปราบปีศาจนี่นา "
" อินุยาฉะ ปีศาจตัวนั้นมันจะเก่งแค่ไหนกันเชียว นายฟาดกรงเล็กทีเดียวก็ไปเกิดใหม่แล้ว " หญิงสาวพูด ก่อนจะหันไปหยิบใบแทนตัวเข้าสอบสัมภาษณ์ลงในกระเป๋า ครึ่งอสูรชุดแดงขวมดคิ้ว
" พรุ่งนี้คืนเดือนมืด แล้วเจ้าปีศานนี่มันโผล่มาตอนกลางคืนด้วย " คาโกเมะหันขวับ
" นี่นายไปตกลงปราบปีศาจให้เขา โดยลืมว่าพรุ่งนี้คืนเดือนมืดเนี่ยนะ "
" ก็เจ้าไม่ใช่รึไงที่คะยั้นคะยอให้ข้าเป็นคนรับงานนี้น่ะ " อินุยาฉะเถียงกลับ คาโกเมะหน้าเบ้
" ไม่รู้ล่ะ พรุ่งนี้ฉันไปไม่ได้ เอาเป็นว่านายไปขอให้ซังโกะจังไม่ก้คุณมิโรคุช่วยไป๊ " เธอบอกปัด อินุยาฉะฉุนกึก
" จะบ้ารึไง เจ้าพวกนั้นก็มีงานเหมือนกัน เจ้านั่นแหล่ะที่ต้องไปกับข้า ไป ไปเก็บของเตรียมตัวได้แล้ว " อินุยาฉะฉุดแขนคาโกเมะให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่เธอกระชากจนแขนหลุด ตาสีดำเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
" เอ๊ะ! อินุยาฉะนี่ ฉันบอกแล้วไงว่าพรุ่งนี้ไม่ว่าง กว่าจอสอบสัมภาษณ์เสร็จกว่าจะกลับมา หลายวันมานี้ฉันอดตาหลับขับตานอนทำพอร์ตตั้งนานกว่าจะเสร็จ พรุ่งนี้ฉันอยากพักผ่อน " คาโกเมะพูดเสียงเข้ม หยิบกระเป๋าที่เตรียมของเสร็จเรียบร้อยแล้ววางบนโต๊ะ ก่อนจะหยิบเอาผ้าขนหนูที่ผาดไว้หลังเก้าอี้กเตรียมไปอาบน้ำ อีกฝ่ายเดินตามมาดึงแขน
" คาโกเมะ รับผิดชอบหน่อยสิ "
" อินุยาฉะ.... ตั้งแต่ที่ฉันปลุกนายตื่นขึ้นมา ไม่มีสักวันที่ฉันไม่รับผิดชอบหน้าที่ในการตามหาลูกแก้ว ฉันต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องของนาราคุ เรื่องคิเคียว เรื่องนู้นเรื่องนี่ ฉันต้องสอบซ่อมไม่รู้กี่ครั้ง พอเสร็จเรื่องพวกนี้ฉันก้ต้องเวลาของฉันบ้าง "
" คาโกเมะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ข้ามากวนเจ้าด้วยเรื่องพรรค์นี่กี่ครั้งกัน ถ้าเจ้าไม่ว่างข้าก็ไม่กวน แต่ครั้งนี้มันสุดวิสัยจริงๆ " อินุยาฉะแจง แต่ดูเหมือนคาโกเมะจะไม่ฟังเหตุผลอะไรแล้ว
" แต่ฉันไปไม่ได้จริงๆนี่ จะมาอะไรหนักหนา น่ารำคาญ " คาโกเมะยกมือปิดปาก เมื่อนึกได้ว่าตัวเองพูดแรงไป เมื่อหันไปก็พบว่าอินุยาฉะยืนนิ่งไม่พูดอะไรเลย เขานิ่งจนเธอกลัว นับแต่หมดเรื่องนาราคุและกลุ่มของเธอแยกย้ายกันไปตามทาง ทั้งเธอและอินุยาฉะก็มีเส้นทางของตัวเองเช่นกัน เธอเรียนชั้นสูงขึ้นและเติบโตขึ้นไม่ต่างกับอินุยาฉะที่ตอนนี้เขาเองก็โตขึ้นมากไม่ว่าจะทางร่างกายหรือทางอารมณ์ บางครั้งเขาก็ดูเย็นชาและเงียบขรึมไม่ผิดกับเส็ทโชมารุพี่ชายเลย เธอเองเวลามีเรื่องทะเลาะกันทีไร ก็เริ่มจะแพ้เพราะอีกฝ่ายมีเหตุผลมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
" อินุยาฉะ "
" ได้...ถ้าข้ามันน่ารำคาญมากนัก ข้าจะไม่ทำให้เจ้ารำคาญแล้ว เรื่องพรุ่งนี้ข้าจัดการเอง " พูดจบอินุยาฉะก็เดินไปที่หน้าต่าง คาโกเมะเดินตามไป ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยขอโทษอินุยาฉะก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน
" ข้าจะจำไว้ว่า เจ้าไม่มีเหตุผลมากขึ้นกว่าแต่ก่อน มีเรื่องอะไรข้าจะได้ไม่มายุ่งให้เจ้ารำคาญใจ " คาโกเมะฉุกกึก มองหลังของอินุยาฉะอย่างโกรธๆ ไอ้อารมณ์ที่จะขอโทษก็ลืมกันไปได้เลย
" ใช่สิ ฉันมันไม่มีเหตุผล ไม่เหมือนคิเคียวของนายนี่ " ครึ่งอสูรชุดแดงหันขวับ ดวงตาสีทองอำพันแข็งกร้าวจนคาโกเมะนึกอยากตีปากตัวเองที่พูดจาพล่อยๆลงไป แต่ด้วยทิฐิแรงกล้าก็ทำให้เธอพูดต่ออย่างไม่เกรงใจอินุยาฉะเลยแม้แต่น้อย เขาละจากหน้าต่างหันมาหาหญิงสาว
" คิเคียวน่ะ เขาทำอะไรก็ถูกหมดล่ะ เขาเป็นมิโกะที่ใครก็นับหน้าถือตา ไม่เหมือนฉันนี่ พอเป็นเรื่องของตัวเองก็เห็นเป็นเรื่องสำคัญกว่าเรื่องของคนอื่น เห็นแก่ตัวใช่ไหมล่ะ ที่อยากจะพูดว่าฉันน่ะ ไม่มีเหตุผล ไม่มีอะไรดีสักอย่าง....ฉัน... " คำพูดต่อไปของคาโกเมะถูกหยุดด้วยริมฝีปากของอินุยาฉะ หญิงสาวตกใจที่จู่ก็ถูกจูบเอาดื้อๆ (แน่ละ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่อินุยาฉะจูบเธอ แต่ไม่เคยที่อินุยาฉะจะไม่ให้คาโกเมะตั้งตัวก่อน) มือก็ดิ้นไม่ได้ เพราะถูกอีกฝ่ายจับเอาไว้แน่นหนา ชั่วครู่อินุยาฉะถึงได้ผละออกพร้อมกับเลือดจากการโดนสาวน้อยตรงหน้ากัดเอา
" ข้าไม่ชอบให้เจ้าพูดแบบนี้กับข้า " อินุยาฉะพูดทั้งๆที่เลือดยังไหลไม่หยุด อีกฝ่ายตบหน้าเขาจนขึ้นรอยแดง
" ตาบ้า จะไปไหนก็ไปเลยไป๊! " คนชุดแดงไม่พูดอะไร เพียงแต่ปาดเลือดก่อนจะโดดผลุบหายไปทางหน้าต่าง คาโกเมะคว้าหนังสือข้างตัวเขวี้ยงไล่หลัง พลางตะโกนว่าเขาไปตลอด หลังจากสงบสติอารมณ์ได้เธอก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง น้ำตาไหลลงมาแบบไม่รู้ตัว คาโกเมะกอดเข่านั่งร้องไห้อยู่เงียบๆ พลันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เธอลุกขึ้นปาดน้ำตาเดินไปเปิดประตู แกล้งยิ้มเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
" คาโกเมะ แม่ได้ยินเสียงตึงตัง มีอะไรหรือเปล่าลูก ทะเลาะกับอินุยาฉะคุงเหรอ "
" ไม่มีนี่คะ แม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เดี๊ยวหนูจะไปอาบน้ำนอนแล้วล่ะ " คนเป็นแม่อดห่วงไม่ได้ รู้อยู่แก่ใจว่าลูกสาวกำลังมีเรื่องกังวล แต่เมื่อเจ้าตัวยิ้มรับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้แต่ปล่อยให้เธอเดินไปอาบน้ำ ท่าทางของเธอเรียกเสียงถอนใจของมารดาได้ดี
คาโกเมะเดินออกจากห้องน้ำในชุดนอนสีโอโรสต์เนื้อนุ่ม มือข้างหนึ่งใช้ผ้าขนหนูซับเส้นผมที่เปียกน้ำหมาดๆ ระหว่างทางเดินที่กำลังจะขึ้นชั้นบน คาโกเมะแวะเข้าห้องครัวที่ปิดไฟมืดทึบ เธอเดินไปที่ตู้เย็นก่อนจะหยิบถุงน้ำแข็งออกมาถ่ายน้ำแข็งจำนวนหนึ่งลงในถุงพลาสติคอีกใบหนึ่ง จัดแจงปิดปากถุงและเก็บเข้าตู้เย็น เดินกลับขึ้นมาบนห้องพร้อมถุงน้ำแข็งเล็กๆอีก 1 ถุง เมื่อเปิดประตูห้องนอน ลมเย็นก็พัดเข้ามาจนรู้สึกหนาว คาโกเมะเดินไปปิดหน้าต่างลงกลอนแน่นหนาด้วบใบหน้าเรียบเฉย เธอล้มตัวลงนอนกับที่นอน ใช้ถุงน้ำแข็งประคบตาทั้งสองข้าง
...พรุ่งนี้มีสอบสัมภาษณ์สำคัญ...ฉันจะร้องไห้จนตาบวมไม่ได้...
แม้จะคิดแบบนั้น แต่ภายใต้ถุงน้ำแข็ง ภายใต้ความมืดที่มีแต่แสงจัทร์รางๆ ก็ยังมีน้ำใสๆไหลลงมาจากดวงตาที่ปิดสนิทจนได้
................................
" ให้ตายเถอะ อินุยาฉะ อย่ามาหางานให้ข้ามากนักได้ไหม " ยายคาเอเดะบ่นอุบ เมื่อจู่ๆ อินุยาฉะในสภาพแทบเรียกได้ว่าบาดเจ็บสาหัสก็แบกสังขารกลับมาที่หมู่บ้านตอนเช้าหลังจากคืนเดือนมืด หญิงชราจ้องมองครึ่งอสูรหนุ่มที่ตอนนี้นอนนิ่งอยู่ในกระท่อม เนื้อตัวเต็มไปด้วยผ้าพันแผลมากมาย อินุยาฉะขมวดคิ้วก่อนจะสะบัดเสียงตอบ
" ยุ่งน่า ข้าไม่ได้ขอให้ช่วยเสียหน่อย "
" ทำเป็นพูดดี ถ้าไม่ได้ชิปโปมาบอกข้าว่าเจ้านอนเจ็บอยู่ที่นี้ ป่านนี้เจ้าตายไปรึยังก็ไม่รู้ " คนโดนว่าเข่นเคี้ยว นึกอยากเขกหัวเจ้าตัวดีที่คาบข่าวไปบอกคนอื่นสักสองสามที ยายคาเอเดะ หยิบสมุนไพรมาวางให้ แต่คนเจ็บกลับไม่หันมากินยา
" ไม่กิน เอาไปเก็บไป๊ "
" เฮ้อ ข้านึกว่าหลายปีที่ผ่านมาเจ้าจะโตขึ้นสักหน่อย นี่โตแต่ตัวนี่นา " ยายคาเอเดะเหน็บให้ อินุยาฉะผุดลุกขึ้นมาเตรียมหาเรื่อง แต่ไม่ทันไหร่ก็ม่อยกระรอกลงไปนอนแบบเช่นเดิม
" โอย แผลทำไมมันหายช้าจริงโว้ย " ครึ่งอสูรหนุ่มสบถ คนสูงวัยกว่าถอนหายใจ
" ก็เอาแต่หงุดหงิดแบบนี้นะสิ ถึงได้หายช้าน่ะ อินุยาฉะ "
" อย่าเอาประโยคที่ท่านแม่เคยว่าท่านพ่อมาพูดน่ะ ข้าไม่ชอบ " อินุยาฉะพูดโกรธๆ หันไปนอนมองผนังกระท่อมอีกรอบ
" ข้าจะรู้ไหมเนี่ย ช่างเถอะๆ ยาอยู่นี่นะ ถ้าหายบ้าก็หยิบมากินซะ " พูดจบประโยคยายคาเอเดะก็ขโยกขเยกออกไปจากกระท่อม ทิ้งให้อินุยาฉะนอนหงุดหงิด เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกือบเอาตัวไม่รอดตอนไปสู้ปีศาจมา จริงอยู่ปีศาจตัวนั้นมันกระจอก แต่ดันต้องไปสู้ในร่างมนุษย์นอกจากดาบเขี้ยวอสูรจะไม่สำแดงฤทธิ์ เสื้อขนหนูไฟเสื่อมแล้ว ยังไม่มีคาโกเมะมาช่วยอีกต่างหาก ยื้อเวลาลากมาสู้ตอนฟ้าสางก็แทบไม่รอดแล้ว ถึงมันจะคุ้มที่ช่วยเหลือคนในปราสาทได้ก็เถอะ แต่เล่นเจ็บปางตายแบบนี้ก็ขาดทุนเหมือนกันนะ แต่ลึกๆเขาก็พอรู้ตัวล่ะ ว่าที่หงุดหงิดไม่ใช่เรื่องปีศาจแต่เป็นเรื่องของคาโกเมะมากกว่า ตอนแรกก็คิดว่าคาโกเมะผิดแต่พอมานึกๆดู นี่เป็นธุระสำคัญของเขาก็จริง คาโกเมะก็คงไม่ต่าง เพราะงั้นมันไม่ใช่เรื่องที่จำต้องไปบังคับเธอมาเลย รออีกสักหน่อยก็ได้ แต่เพราะเรื่องบางอย่างถึงต้องรีบไปปราบปีศาจ ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อยใจ
" ยัยบ้าเอ๊ย แล้วข้าจะมีหน้าไปขอโทษยังไงเนี่ย "
........................
' ค่า...มาถึงช่วงท้ายสุดแต่ไม่สุดท้ายของมายะแล้วน้า~ ท่านผู้ฟังที่รัก มายะต้องไปแล้ว แต่ก่อนไปมายะอยากฝากเพลงๆนี้ไว้ให้ท่านที่กำลังคลาบแคลงใจ ท่านที่ไม่มั่นใจ ท่านที่ไม่เชื่อว่าคนที่เรารักยังเราอยู่รึไม่ เพลงๆนี้เป็นเพลงที่ไพเราะมากๆ และมีความหมายลึกซึ้งเหลือเกิน ในเวลาที่ท่านมองใบไม้ร่วงท่านคงจะเหงาๆกัน มายะอยากให้ท่านฟังเพลงนี้ เพลงสำหรับคู่รักที่งอนๆกันอยู่ เพลงนี้เลยค่ะ Have I Told You Lately That I Love You ของนักร้องรุ่นเก่าผู้มีเสียงแหบเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ Rod Stewart จากอัลบั้ม Vagabond Heart ปี 1991 มายะต้องไปแล้วนะคะ อย่าลืมนะคะ ระยะทางไม่ใช่อุปสรรคของความรัก ทานข้าวเย็นอย่างมีความสุขนะคะ สวัสดีค่ะ '
" ปี 1991 เหรอ เก่าจังนะ...เรายังไม่เคยฟังแน่เลย " คาโกเมะที่ยังคงนั่งฟังวิทยุแม้ว่าจะเป็นเวลาเย็นมากแล้วก้ตาม เธอเพิ่งจะรู้ว่าทำไมเวลาเหงาๆคนบางคนถึงเลือกฟังวิทยุ มันช่วยให้เธอรู้สึกสบายใจได้ไม่มากก็น้อยหล่ะ อินโทรเพลงค่อยๆขึ้นมาทีละน้อยก่อนที่เสียงร้องแหบแต่ฟังแล้วไพเราะจะค่อยๆถ่ายทอดอารมณ์เพลงออกมา
Have I told you lately that I love you
( ฉันบอกเธอสายไปรึเปล่า ว่าฉันรักเธอ )
Have I told you there's no one else above you
( ฉันบอกเธอรึยังว่าว่าไม่มีใครที่เหนือไปกว่าเธอ )
You fill my heart with gladness
( เธอเติมเต็มหัวใจของฉันด้วยความสุข )
Take away all my sadness
( ขับไล่ทุกความเศร้าเสียใจของฉัน )
Ease my troubles, that's what you do
( บรรเทาปัญหาของฉัน นั่นคือสิ่งที่เธอทำ )
For the morning sun and all it's glory
( เป็นเวลาของพระอาทิตย์ยามเช้าและเต็มไปด้วยรุ่งโรจน์ )
Greets the day with hope and comfort, too
( ทักทายกับความหวังและความสบายใจด้วยกัน )
You fill my heart with laughter
( เธอเติมเต็มหัวใจของฉันด้วยเสียงหัวเราะ )
Somehow, you make it better
( ด้วยวิธีใดก็ตาม เธอทำอย่างดีที่สุด)
Ease my troubles, that's what you do
( บรรเทาปัญหาของฉัน นั่นคือสิ่งที่เธอทำ )
There's a love that's divine
( นั้นคือรัก อันแสนศักดิ์สิทธิ์ )
And it's yours and it's mine
( และมันเป็นของเธอและของฉัน )
Like the sun
( ราวกับแสงอาทิตย์ )
And at the end of the day
( และในยามหมดวัน )
We should give thanks and pray
( เราจะขอบคุณและอธิษฐาน )
To the one, to the one
( ไปถึงสิ่งนั้น ไปถึงสิ่งนั้น )
Have I told you lately that I love you
( ฉันบอกเธอสายไปรึเปล่า ว่าฉันรักเธอ )
Have I told you there's no one else above you
( ฉันเธอรึยังว่าว่าไม่มีใครที่เหนือไปกว่าเธอ )
You fill my heart with gladness
( เธอเติมเต็มหัวใจของฉันด้วยความสุข )
Take away all my sadness
( ขับไล่ทุกความเศร้าเสียใจของฉัน )
Ease my troubles, that's what you do
( บรรเทาปัญหาของฉัน นั่นคือสิ่งที่เธอทำ )
There's a love that's divine
( นั้นคือรัก อันแสนศักดิ์สิทธิ์ )
And it's yours and it's mine
( และมันเป็นของเธอและของฉัน )
Like the sun
( ราวกับแสงอาทิตย์ )
And at the end of the day
( และในยามหมดวัน )
We should give thanks and pray
( เราจะขอบคุณและอธิษฐาน )
To the one, to the one
( ไปถึงสิ่งนั้น ไปถึงสิ่งนั้น )
Have I told you lately that I love you
( ฉันบอกเธอสายไปรึเปล่า ว่าฉันรักเธอ )
Have I told you there's no one else above you
( ฉันเธอรึยังว่าว่าไม่มีใครที่เหนือไปกว่าเธอ )
You fill my heart with gladness
( เธอเติมเต็มหัวใจของฉันด้วยความสุข )
Take away all my sadness
( ขับไล่ทุกความเศร้าเสียใจของฉัน )
Ease my troubles, that's what you do
( บรรเทาปัญหาของฉัน นั่นคือสิ่งที่เธอทำ )
Take away my sadness, fill my life with gladness
( ขับไล่ความเศร้าเสียใจของฉัน เติมเต็มชีวิตของฉันด้วยความสุข )
Ease my troubles, that's what you do
( บรรเทาปัญหาของฉัน นั่นคือสิ่งที่เธอทำ )
Take away my sadness, fill my life with gladness
( ขับไล่ความเศร้าเสียใจของฉัน เติมเต็มชีวิตของฉันด้วยความสุข )
Ease my troubles, that's what you do
( บรรเทาปัญหาของฉัน นั่นคือสิ่งที่เธอทำ )
" ฉันบอกเธอสายไปรึเปล่า ว่าฉันรักเธองั้นเหรอ " ร่างบางพึมพำกับตัวเอง เพลงนี้ความหมายดีจนเธอพยายามจะจดจำไว้
" พี่ครับ " เสียงหนึ่งปลุกสติคาโกเมะออกจากความคิด เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับร่างของเด็กชายตัวสูงเจ้าของวิทยุที่เธอกำลังฟังอยู่
" โซตะ " คาโกเมะเอ่ยชื่อคนเรียก เด็กชายจ้องหน้าพี่สาว
" ยังไม่เข้าบ้านอีกรึครับ เย็นมากแล้วนะ เข้าบ้านเถอะ "
" อ๋อ...จ้ะ เย็นมากแล้วนี่เนอะ ไปเข้าบ้านกันเถอะ " หญิงสาวลุกขึ้น หยิบแก้วน้ำกับวิทยุขึ้นมาถือไว้ โซตะฟังเพลงในวิทยุก่อนจะเอ่ยถาม
" เพลงนี้พี่ว่าเพราะไหม ผมว่าเพราะนะ "
" เพราะจ้ะ ความหมายก็ดีด้วยนะ " เธอตอบ
" ผมมีไฟล์เพลงนี้อยู่ในคอม รู้สึกจะเอาไปใส่ที่โน๊ตบุคพี่แล้ว ถ้าพี่ชอบก็เปิดฟังเอานะ "
" จ้า... " สองพี่น้องเดินเข้าไปในบ้านที่กำลังอบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารเย็นของคุณแม่ และเสียงโทรทัศน์จากห้องนั่งเล่นที่คุณปู่กำลังนั่งดูอยู่กับเจ้าปุโยแมวอ้วนจอมขี้เกียจ
***************************
" เจ้าโง่อินุยาฉะ~~ " ชิปโปตะโกนลั่นใส่หูของคนเจ็บที่นอนทำหน้าเบื่อโลกอยู่
" หยุดแหกปากได้แล้ว ข้าไม่ชอบ "
" ข้าจะแหกปาก เจ้าจะทำไม ยายคาเอเดะอุตส่าห์เอายามาให้เจ้ากลับไม่ยอมกิน เจ้าบ้ารึไง อยากตายมากนักรึไง " ปีศาจน้อยที่แม้จะโตขึ้นหน่อย แต่ก้ยังดูเด็กมากอยู่ดี ชี้ไปที่ถ้วยยาที่ตอนนี้เย็นชืดหมดสรรพคุณเป็นที่เรียบร้อย ชายหนุ่มลุกขึ้นแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่าย
" ข้าจะกินไม่กินมันก็เรื่องของข้า ไม่ต้องมายุ่ง "
" ข้าต้องยุ่ง คาโกเมะบอกข้าว่าเวลาที่เธอไม่อยู่ ข้าต้องคอยดูแลเจ้าแทนคาโกเมะ เจ้าซื่อบื้อ "
" ข้าดูแลตัวเองได้ ดูซะ ข้าตายรึยัง " อินุยาฉะจับหน้าชิปโปให้จ้องดูเขา
" เออๆ ข้าไม่ยุ่งกับเจ้าแล้ว น่าจะตายไปซะเลยนะเจ้าน่ะ " พูดจบคิทซึเนะตัวน้อยก็วิ่งออกไปจากระท่อม ทิ้งให้อินุยาฉะทรุดตัวลงนอนอย่างหมดแรงอีกครั้ง พลางเหลือบมองแผลที่ท้องอย่างหงุดหงิด มันควรจะหายได้แล้ว แต่เพราะพิษของเจ้าปีศาจนั่นยังคงฝังอยู่ในร่าง ทำให้แผลหายช้ากว่าปกติมาก อีกทั้งเขาก็ยังไม่ยอมกินยาไม่ว่าจะขนานใดก็ตามที่ชิปโป ยายคาเอเดะหรือแม้แต่ตาแก่เมียวกะที่เป็นคนคาบข่าวเรื่องปีศาจอาละวาดที่วังนั่นมาให้ก็ตามที
" เชอะ...มันน่าเจ็บใจชะมัดเลยจริงๆ "
" อินุยาฉะ " เสียงหนึ่งดังขึ้นตรงประตู เรียกให้เจ้าตัวหันไปมองก่อนที่ดวงตาสีทองอำพันจะเบิกกว้างด้วยนึกไม่ถึงว่าคนนี้จะมายืนอยู่ตรงหน้าเขาได้
" คาโกเมะ "
TBC...
********************************************
อะเหอๆ งานเยอะจนเริ่มเพี้ยน ลงฟิคอีกแล้วค่ะพี่น้อง - *- ท่าจะว่าง มันน่าเอาเวลาไปทำงานนะเนี่ย แต่เดี๊ยนก็มิได้นำพาย่ะ ก็ไหนอินุจบ แล้วก็มีตอนพิเศษฉลอง 40 ปีอาจารย์รูมิโกะนี่นา มันเลยพีคขึ้น ต่อมจิ้นทำงานเต็มพิกัด แต่งไว้นานแล้วนะเนี่ย แต่เพิ่งจะตัดเอามาลง คาดว่า 2 ตอนจบ และจะรีบกลับไปแต่งฟิคตามรักคืนใจล่าข้ามศตวรรษของอินุยาฉะต่อให้มันจบๆ ว่าแต่...จะเคยมีคนฟังเพลงนี้ไหมเนี่ย มันเก่าเอาเรื่องนะเนี่ย (บอกอายุคนแต่งกลายๆ) แต่เอาน่า อย่าใส่ใจคำแปลห่วยๆ เพราะคนแต่งโง่อิงลิชขั้นเทพ แปลได้เท่านั้นถือว่าดีแล้วนะนั่น เหอๆ เอาล่ะไปทำเนียบ เอ๊ย ไปปั่นงานต่อดีกว่า
ปล. ฟังเพลงประกอบที่นี้ค่ะ Fiction Inuysha : Have I Told You Lately...
About Me 

แบบนี้คาโกเมะต้องตามไปง้อสิเนี่ย (อินุยาฉะเอ๊ย เจ้าคนขี้น้อยใจ)
นามิเอะ อามุโระ เป็นหนึ่งในนักร้องไม่กี่คนที่หวนคืนวงการได้อย่างยิ่งใหญ่ ตามปรกติถ้าพ้นช่วงรุ่งแล้วก็มักจะไม่ค่อยมีใครหวนกลับมารุ่งได้เท่าช่วงนั้น แต่เธอทำได้
เป็นนักร้องที่เรานับถือความสามารถจริงๆเลยล่ะจ๊ะ
#1 By Asana Fay on 2008-09-03 09:33