[Fiction Spoiler HP 7] In the Time...I love You...02

posted on 14 Aug 2007 13:07 by melanie  in Fiction

เนื้อหา Fiction เรื่องนี้ มีการกล่าวถึงฉากสำคัญต่างๆในเล่ม 7 ของ Harry Potter หากไม่ประสงค์จะรู้เนื้อเรื่องก่อน ปิดไปเลยค่ะ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

.

.

.

.

.

.

.

[Fiction Spoiler HP 7] In the Time...I....love....You.... 02
By : M_Black [Melanie_Isis_Vivian_Black]
Style : Drama , Romantic
Paring : Severus Snape & Lily Even

Waring : เนื้อเรื่องอาจจะไม่ตรงตามต้นฉบับบ้าง เพราะนี้เป็นเรื่องแต่ง คนเขียนอาจเปลี่ยนแปลงหรือเสริมเนื้อหาบางอย่างเข้าไปบ้าง ขออภัยหากทำให้อรรถรสในการอ่านลดลง

" สวัสดี...เธอมาจากไหนเหรอ.... " เด็กหญิงผมแดงถามผมแบบนั้น ผมนั่งอึ้งไป สารภาพตามตรงเลยคือผมจำไม่ได้เลยว่าผมตอบอะไรออกไป แต่กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรเปิ่นๆไป ร่างเล็กนั้นก็ยิ้มให้ผม พร้อมกับดึงแขนผมให้ลุกขึ้นจากม้านั่งยาว ภาพตรงหน้ามันรางเลือนราวกับผมฝันไป เด็กหญิงผมแดงพาผมไปหาเด็กอีกคนที่ผมมารู้ทีหลังว่าเป็นพี่สาวของเธอ ผมอดเปรียบเทียบเธอทั้งสองคนไม่ได้เลย ในเมื่อคนหนึ่งผอมชะลูด อีกคนผอมแต่ได้รูป หน้าตา...เอ่อ...สวยด้วย (ในความเห็นของผม)

" เล่นด้วยกันนะ... " เธอชวนผม พลางยิ้มสดใสอีกครั้ง

" ไม่...เอ่อ...ฉันไม่อยากเล่น " ผมปฏิเสธอย่างสุภาพ

" ทำไมล่ะ...นั่งดูเราเล่นจะไปสนุกอะไร น่านะเล่นด้วยกัน " เธอยังไม่เลิกฉุดแขนผมให้ร่วมวงเล่นน้ำพุ ผมส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเดียว ไม่อยากจะเปียกปอนเหมือนลูกหมาตกน้ำกลับไปที่บ้าน

" โอย...ลิน...เธอเลิกชวนหมอนี่เถอะ ถ้าเขาไม่อยากเล่นก็ไม่ต้องเล่น " เด็กผมสีทองร่างผมอมเกร็งพูด เล่นเอาผมฉุนกึกขึ้นมานิดๆ แต่ก็ยังเก็บอาการอยู่ ผมหันไปมองร่างเล็กที่ยื้อแขนผมอีกที แบบเต็มๆตาด้วย เธอมีสีหน้าที่ออดอ้อนนิดๆ ผมเงียบไปครู่ก่อนจะพูดอะไรแผ่วๆ ที่ทำให้คนฉุดแขนผมยิ้มร่า แล้วลากผมไปร่วมวงเปียกปอนกันทันที ให้ตายสิ...ผมต้องบอกมั้ยเนี่ย ว่าผมพูดอะไรออกไป

สายน้ำที่สาดเป็นสาย กระเด็นกระดอนไปทั่วทุกทิศ....

เหมือนบางอย่างในจิตใจของผมที่เริ่มแตกซ่าน สาดกระเซ็นไปอย่างไร้การควบคุม

ภายใต้ดวงอาทิตย์ร้อนแรง สายน้ำเย็นปลอบประโลมผมให้คลายร้อน

เหมือนเด็กหญิงคนนั้น...คนที่สดใสเจิดจ้าเหมือนดวงตะวัน...

เธอปลอบโยนผมหรืออย่างไร

.............................

...................

" นี่ๆ เล่นกันมาตั้งเกือบชั่วโมงแล้ว...เธอชื่ออะไรเหรอ ฉันชื่อลิลี่ " เด็กหญิงผมแดงถามผม ผมหันไปสบตากับเธอ พยายามซ่อนความเขินอายเล็กๆน้อยๆบนใบหน้า แล้วอ้อมแอ้มตอบไปเบาๆ (พี่สาวเธอไม่อยู่...เดินไปซื้อไอศครีมรถเข็น)

" เซเวอร์รัส....เซเวอร์รัส สเนป " อีกฝ่ายทำตาโตใส่ผม

" โห...ชื่อแปลกจังนะ...แต่เพราะดีจังเลย ฉันก็..แนะนำไปแล้วนี่ แต่ของแนะนำอีกทีละกัน ฉันชื่อ ลิลลี่ ลี่ลี่ เอฟเวนส์ นะ "

" เอฟเวนส์ "

" อย่าเรียกนามสกุลสิ เราเป็นเพื่อนกันนะ " เธอว่า ทำหน้ามุ่ยๆ จนผมอดกลั้นหัวเราะไม่ได้ ไม่ทันไร ...ลิลลี่(ผมเรียกเธอในใจ) ก็เกาะหมับเข้าที่แขนข้างหนึ่งของผม ส่งสายตาซุกซนมาให้ จนผมหลบสายตา ถามเธอแทบไม่ทันที่มาเกาะแขนผมเอาแบบนี้

" นี่ๆ ฉันขอเรียกเธอว่าเซิรฟ์นะ...ได้มั้ย ชื่อเธอเรียก ยาวด้วย เรียกเซิรฟ์นะ "

" ประหลาด " ผมพูดออกไปเด็กหญิงผมแดงหน้ามุ่ยอีกครั้ง

" ประหลาดตรงไหน น่ารักดีออก นะ...เซิร์ฟ " ลิลลี่ลากเสียงเล็กน้อย นัยว่าน่ารัก เล่นเอาผมหน้าแดงแกล้งบอกปัดแบบรำคาญไป

" ไม่เอาน่า อย่าเรียกแบบนั้น "

" ก็จะเรียกนี่...น่านะ เซิรฟ์ "

" เออๆ เรียกไปๆ เรียกตามสบาย " ผมยอมแพ้กับความดื้นดึงของเด็กคนนี้ อยากเรียกอะไรก็ตามสบาย ทั้งๆที่แม่ผมยังเรียกผมเต็มๆเลย แต่เอาเถอะ กรณีนี้ผมยกประโยชน์ให้จำเลย

" อืม...งั้นเซิร์ฟก็ต้องเรียกฉันว่า ลิลลี่นะ... "

" ลิลลี่ " ผมทวนคำ ลิลลี่ยิ้มกว้าง

" ช่าย...เรียกแบบนี้นะ "

การสนทนาช่วงต่อไปถูกขัดดด้วย เพ็ตทูเนีย (หรือทูนีย์ของลิลลี่) เดินมาพร้อมกับไอศครีมสามแท่ง ลิลลี่รับมาสองแท่ง ก่อนจะยื่นแท่งหนึ่งให้ผม ผมออกจะงงแต่ก็รับไว้ ในชีวิตผมไม่ค่อยได้กินของหวานเย็นแบบนี้มากนัก แต่ก็ไม่เลวนักหรอก ผมเอ่ยขอบคุณลิลลี่ที่เลี้ยงผม เธอยิ้มให้อีกครั้ง แก้มขาวๆแดงระเรื่อไปด้วยเลือดฝาดเพราะแดด ผมเองก็ภาวนาให้เธอคิดแบบนั้นกับแก้มของผมเช่นกัน....

เกือบสามเดือนกว่าๆ ที่ผมได้รู้จักกับสองพี่น้องเอฟเวนส์ ผมรู้อะไรๆจากพวกเธอมากขึ้นแต่ที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุดกลับเป็นเรื่องที่ลิลลี่ เป็นคนในโลกของพวกผม แต่ผมยังไม่ได้บอกกับเธอหรอกนะ ผมเพียงแต่เงียบๆไว้ แล้วสนุกสนานไปกับการเล่นกับพวกเธอเท่านั้น บางทีเราก็กลับบ้านกันค่ำมืดดึกดื่นไม่น้อย ของลิลลี่อาจจะไม่เท่าไหร่ เพราะบ้านของเธอใกล้สวนสาธารณะมาก ผิดกับของผมที่ต้องเดินไกลพอควร แต่ผมเป็นผู้ชาย แถมฐานะก็ไม่ได้รวย เพราะงั้นผมจึงปลอดภัยเวลากลับบ้านแน่นอน บางทีแม่ก็ถามผมนะ

" เซเวอร์รัสจ้ะ...ลูกหายไปไหนแทบทุกวันจ้ะ ปกติแม่ไม่ค่อยเห็นลูกกลับเย็นแบบนี้เลย " ผมเงยหน้าจากจานซุป แล้วตอบแม่เบาๆ

" ผมไปเล่น......กับเพื่อนๆ ครับ " ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะปิดแม่ของผม แม่ทำหน้าแปลกใจ วางหม้อซุปลงกับเตา

" เพื่อนๆ จริงเหรอลูก "

" ครับ เด็กผู้หญิงสองคน ตรงย่านชนชั้นกลางแถวสวนสาธารณะ ผมเจอพวกเธอเมื่อ 3 เดือนก่อนนะครับ " ผมตอบเรียบๆ กินซุปต่ออย่างเฉยๆ กับท่าทางประหลาดใจของแม่ แม่เดินมาใกล้ๆผมถามเบาๆ

" มักเกิ้ลรึ " ผมส่ายหน้า

" แค่คนเดียวครับ อีกคนเป็นแม่มด ทั้งคู่เป็นพี่น้องกันแล้วก็เกิดจากมักเกิ้ล แม่จะว่าอะไรก็ได้ ผมยินดีรับฟัง "

" แม่ไม่ได้ว่าอะไรเลย ลูกรัก แม่แค่ดีใจที่ลูกมีเพื่อนเท่านั้นเอง "

" ผมนึกว่าแม่จะว่าซะอีก...ที่ผมคบเพื่อนแบบนี้ " ผมลุกจากโต๊ะพร้อมกับจานซุปที่หมดเกลี้ยง ก่อนจะไปหยุดที่อ่างล้างจานข้างๆเตาซุปของแม่

" ถ้าลูกมีความสุข แม่จะว่าอะไรได้จ้ะ " แม่ว่ายิ้มๆ ก่อนจะแอบหอมแก้มผม ผมสะดุ้งสุดตัว

" แม่ครับ ผมโตแล้วนะ อย่าหอมแก้มสิ "

" โตแค่ไหน ลูกก็ยังเป็นเซเวอร์รัสตัวน้อยของแม่เสมอ "

" แล้วถ้าผมมีครอบครัว แม่จะยังหอมผมมั้ยเนี่ย " จานซุปถูกล้าง แล้ววางไว้ที่ถาดเก็บ ผมเช็ดมือพลางจ้องมองแม่เขม็ง

" ไม่หอมแล้วล่ะ ถ้าแบบนั้น "

" ทำไมล่ะครับ "

" ก็แม่จะหอมแก้มหลานๆ กับลูกสะใภ้แม่แทนนะสิ " ผมหน้าแดงขึ้นมา ทำไมกันนะตั้งแต่ผมเจอลิลลี่ ผมถึงรู้สึกได้ว่าหน้าของผมมันไวต่อความรู้สึกของผมจัง แดงง่ายจนน่ารำคาญ น่าอายด้วย

" เอาล่ะ กินมื้อเย็นเสร็จแล้วก็ไปเตรียมตัวนอนได้แล้วจ้ะ "

" ราตรีสวัสดิ์ครับ "

" ราตรีสวัสดิ์จ้ะ "

ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปหอมแก้มแม่ แม่หัวเราะเสียงใส ผมรีบพาตัวเองขึ้นห้องโดยด่วน ก่อนที่แม่จะทันเห็นว่าตอนนี้หน้าผมมันแดงจนเหมือนกับผมไข้ขึ้น ปากก็หุบยิ้มไม่ได้ ที่นานๆทีจะได้อ้อนแม่

ไม่รู้คิดไปเองมั้ย....

แต่ตั้งแต่ผมเจอลิลลี่...

ความสุขเริ่มมาเยือนผมแบบแปลกๆ...

หรือว่าเทพีแห่งโชคชะตาจะยิ้มให้ผมบ้างแล้ว.......

....................
..................
................
..............
.............
.........
........
.......
......
....
....
...
..
.

เสียงโครมครามดังลอดออกมาจากบ้านที่เปิดไฟสลัวๆของผม เสียงเออะฟังไม่ได้ศัทพ์ของผู้ชายที่ผมนึกชังตั้งแต่จำความได้โวยวายเสียงลั่น ตามมาด้วยเสียงเหมือนของแตกกระจาย และเสียงหนึ่งที่ทำเอาตัวผมเย็นเยียบไปด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ....เสียงกรีดร้องของแม่ ผมรีบพรวดพราดเข้าบ้ายทันที รองเท้ายังไม่ได้ถอดด้วยซ้ำทั้งๆที่มันเปื้อนโคลนเต็มไปหมด ผมพุ่งพรวดผ่านห้องรับแขก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าก้าวผ่านโซฟาได้ยังไง แต่ภาพที่เห็นทันทีที่ผมตามต้นเสียงไปคือที่ห้องครัว ภาพตรงหน้าก็ทำผมโกรธแทบถึงขีดสุด

พ่อยืนคร่อมอยู่เหนือร่างของแม่ แม่แก้มบวมแดง และเลือดไหลลงมาจากไต้เรือนผม ในมือของพ่อมีขวดเหล้าสีชาที่แตกตรงปลายขวดไว้ ข้าวของในห้องแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี เก้ากี้ล้มคว่าไม่ต่างกับโต๊ะกินข้าว จานชามไถลลงจากตู้กองเป็นเศษเล็กเศษน้อย ทุกอย่างวินาสสันตะโรไปหมด แม่ไม่พูดอะไรเลยนอกจากสะอื้นเสียงสั่น ผมมองภาพตรงหน้าอย่างมึนงง โกรธระคนไป ทำอะไรไม่ได้เลย

" ไอ็เด็กเลว กลับมาแล้วเรอะ "

" พ่อทำอะไรแม่ " ผมถาม....น้ำเสียงเรียบจนน่ากลัว ว่านั้นใช่เสียงผมจริงๆเหรอ

" แกว่าไงนะ " ร่างสูงของพ่อตวาดถาม พลางก้าวยาวๆมาทางผม กระชากคอเสื้อผมขึ้นมา กลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปหมด แต่ผมกลับไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น ความเกลียดชังปนเปผสมขึ้นมากับความเกลียดชังเต็มหัวใจ

" ผมถามว่า พ่อทำอะไรแม่ "

" อย่ามาเสียงแข็งกับฉันนะ ไอ้ลูกชั่ว "

" ใครกันแน่นะที่ชั่ว ไอ้...มักเกิ้ลสกปรก โสโครก " ทันทีที่ผมหลุดคำออกไป พ่อต่อยผมเข้าที่หน้าทันที ผมกองลงไปกับพื้นยังไม่ทันจะคิดอะไร เท้าของพ่อก็กระทืบเข้ามาที่ท้องผมเต็มแรง ผมได้ยินเสียงแม่หวีดร้อง แต่ตอนนั้นผมกลับมึนชา แทบจะไม่รู้สึกอะไรเลย เมฆสีดำลอยปกคลุมไปทั่วหัวของผม ทุกอย่างดูรางเลือนเต็มทน ไม่รู้ตัวเลยว่าพ่อทำอะไรบ้าง รู้สึกถึงแค่ของเหลวกลิ่นคาวๆที่เต็มหน้า

" อย่าทำลูกนะ "

" อย่ามาเกะกะ หลบไป นังแม่มดสกปรก "

" หยุดนะ... " เสียงที่ออกไปของผมเย็นเยียบ จนพ่อนิ่งไป และผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรอกนะ แต่ข้าวของในห้องเหมือนโดนแรงพายุหมุนมันปลิวคว้างไปทั่ว พ่อตะโกนเสียงดังลั่นที่ผมไม่รู้ว่าอะไร แม่หลบออกไปจากห้อง ผมลุกขึ้นเชื่องช้า ก้าวเดินไปทางพ่อ ร่างของพ่อเหมือนกับถูกตรึงไว้กับที่ ดวงตาสีดำเหมือนของผมหวาดผวาจนน่าหัวร่อ ผมเดินไปตรงตู้เก็บของ คว้าเอามีดยาวปลายแหลมมาถือเอาไว้ แล้วจึงเดินไปทางพ่อ

" อย่านะ เซเวอร์รัส ฉันเป็นพ่อแกนะ "

" แล้วไง "

" แกจะฆ่าพ่อเหรอไง มันบาปนะ "

" เรื่องของฉัน " ผมเดินเข้าใกล้พ่อมากขึ้น ทั้งๆที่เลือดยังเต็มหน้า และเจ็บช้ำไปทั้งตัว แต่ทั้งตัวเหมือนไร้การควบคุม สติรางเลือนเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ผมเอื้อมมือไปผลักจนพ่อล้มลง ก่อนจะขึ้นคร่อมเหนือตัวของพ่อ เงื้อมีดขึ้นช้าๆ เงามันสะท้อนแวววับในดวงตาของพ่อที่สั่นไปทั้งตัว แต่ตอนที่ผมกำลังจะเอามีดนั้นปักลงไปที่ตัวของพ่อ เสียงของแม่ดังขึ้น

" อย่าลูก เซเวอร์รัส อย่าแม่ขอร้อง อย่าทำพ่อ "

" ผมเกลียดเขา ผมเกลียดเขา ผมจะฆ่าเขา " เสียงที่พูดออกไป มันเฉยเมยจนผมไม่อยากเชื่อตัวเอง แม่สะอื้นไห้เสียงลั่น อ้อนวอนขอให้ผมไม่ทำ

" นั่นพ่อของลูกนะเซเวอร์รัส พ่อแท้ๆของลูก ลูกฆ่าเขาไม่ได้ " แม่อ้อนวอนผมซ้ำ...

" เขาไม่ใช่พ่อผม "

" เขาเป็นพ่อลูก ดูหน้าเขาสิลูกลูกเหมือนพ่อ!!! " ผมเงียบไป จ้องมองหน้าของชายตรงหน้า สติเหมือนจะกลับมาได้ในทันที ไม่ว่าจะผมหรือตา ผมได้พ่อมาหมด ผมเหมือนพ่อมาก เขาเป็นพ่อของผม พ่อที่ไม่ยอมรับผม และผมไม่ยอมรับเขา...

มีดในมือหล่นลงกระทบพื้น พอๆกับที่พ่อเหวี่ยงผมให้พ้นตัว แล้วกระโจนผ่านแม่ไป พร้อมสบถเสียงลั่น แม่รีบเข้ามาหาผม ข้างของหยุดปลิวว่อน ทุกอย่างเงียบสงบ มีแต่เสียงสะอื้นของแม่

" เซเวอร์รัส " ก่อนที่แม่จะได้แตะตัวผม ผมก็พลุนผลันออกไปจากห้องครัว ออกไปจากบ้าน บาดแผลที่หัวยังเจ็บแปลบ และเลือดยังไหลไม่หยุด แต่ผมไม่หยุดเดิน แม้จะได้ยินเสียงแม่ตะโกนเรียกให้กลับมา ผมก็ไม่หันหลังกลับไป เอาแต่เดิน และเดินไปเรื่อยๆ ไม่อยากคิดอะไร ไม่อยากจะกลับไปอีกแล้ว กว่าที่จะรู้ตัว ผมก็มาหยุดลงตรงม้านั่งที่ผมเคยมานั่งบ่อยๆ ผมทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง จิตใจล่องลอยไปไกล เหลือเกิน

ผมเกือบฆ่าพ่อ..........

ผมเกือบฆ่าคนให้กำเนิด.....

ผมเกือบเป็นฆาตกร.............

เสียงน้ำพุยังคงเหมือนเดิม มันไหลเอื่อย สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ไอเย็นลอยล่องกระทบตัวผมเข้ามา เย็นเยียบเงียบสนิทจนร่างผอมๆของสั่นสะท้าน เลือดไม่หยุดไหล เช่นเดียวกับที่หัวใจของผมยังคงไม่คลายเจ็บปวด อากาศหนาวแบบนี้ มันคงจะฆ่าผมได้แน่ ผมแค่นยิ้มกับตัวเอง ดีสิ...จะได้หมดเรื่องไปเสียที จบกันกับชีวิตแบบนี้ ดีเหลือเกิน

แม่ครับ...

ผมไม่ไหวแล้ว....

ผมเหนื่อยเหลือเกินแล้ว....

ผม....ขอโทษ.....

สติของผมเริ่มขาวโพลน คิดอะไรไม่ออก รู้แต่ว่าร่างทั้งร่างกำลังจะร่วงหล่นลงไปกับพื้น มือเท้าไร้ความรู้สึก มันเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง เจ็บไปทั่วทั้งตัว เจ็บไปหมด สติที่กำลังดับวูบลง เห็นเพียงแสงเรือนราง และเสียงเล็กๆเสียงหนึ่งเท่านั้น

" เซิร์ฟ!!!!! "

....................
..................
................
..............
.............
.........
........
.......
......
....
....
...
..
.
ทัศนนียภาตรงหน้า คือเพดานห้องขาวเหมือนหิมะ จนผมอดพึมพำออกมาได้ว่า ผมนะตายไปหรือยัง ทำไมสวรรค์ถึงดูแคบๆกว่าที่คิดไว้ ความมึนงงเต็มไปทั่วความคิดที่แตกซ่านกระเซ็นเหมือนสายน้ำ....

" เซิร์ฟ...ตื่นแล้วเหรอ " เสียงเล็กๆที่ดังขึ้น พร้อมกับที่ร่างบางๆของเด็กหญิงผมแดงสีสวยโผล่มาเหนือหัวผม

" ลิลลี่.... " ผมพึมพำเสียงแผ่วๆ

" อืมๆ ฉันเอง...ยังเจ็บตรงไหนอีกมั้ย "

" ไม่...เธอช่วยฉันเหรอ "

" ช่าย...ฉันโดนแม่ทำโทษให้เอาขยะไปทิ้ง ไปเจอเธอล้มพับอยู่ที่เก้าอี้เสียก่อน ไปทำอะไรมานะ "

" ไม่มีอะไรหรอก " ผมเบือนหน้าออกไปทางหน้าต่าง ที่แสงแดดยามเช้าส่องจางๆ ผ่านม่านลายดอกไม้เข้ามา ลิลลี่เงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเดินมาทางฝั่งที่ผมหันไปมอง พอผมเห็นเธอผมก็เบือนกลับไปอีกทาง เธอก็ตามามาอีก จนผมนึกรำคาญ ลุกขึ้นทั้งๆที่ยังไม่หายเจ็บ ตวาดเธอ

" จะตามฉันมาทำไม "

" บอกมาสิ เธอไปโดนอะไรมา แผลเธอหนักมากนะ ดีที่แม่ฉันเคยเป็นผู้ช่วยพยาบาลมาก่อน เลยทำแผลให้เธอได้ "

" ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องรู้ ขอบคุณที่ช่วย " ผมปัดคำตอบ ก่อนจะเตรียมลุกขึ้นไป แต่ลิลลี่กลับขวางผมเอาไว้

" ไม่ได้นะ เธอยังลุกขึ้นไม่ได้ แล้วก็.......บอกมาดีๆนะ เธอโดนอะไรมา "

" หลีกไปนะ "

" ไม่! บอกมานะ "

" ฉันโดนพ่อทำร้ายมา พอใจหรือยัง " ผมตวาดใส่เธออย่างร้อนแรงพอๆกับอารมณ์ที่คุกรุ่น ลิลลี่อึ้งไปชั่วครู่ เธอเดินมาใกล้ๆผม ดวงตาสีเขียวกลมโตจ้องมองผมด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด

" อย่ามาทำหน้าตาสมเพสฉันนะ "

" เซิร์ฟ .... "

" ฉันเกือบฆ่าพ่อ ได้ยินมั้ย ฉันโมโหที่พ่อจะทำร้ายแม่ และทำร้ายฉัน ฉันเกือบจะเอามีดปักออกเขา พอใจรึยัง " ผมหอบแฮ่ก หลังจากพุดทั้งหมดออกไป ผมภาวนาให้ลิลลี่ร้องไห้ แล้ววิ่งหนีผมไป แต่ผมกลับคิดผิด เธอโถมเข้าผม พร้อมกับอ้อมกอดอุ่นแน่น ไหล่ผมเปียกชื้นจากหยาดน้ำตาของเธอ

" ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะคาดคั้นเธอ ขอโทษนะเซิร์ฟ "

" ขอโทษทำไม...เธอไม่จำเป็นต้องร้องไห้ให้ฉันนะ "

" เซิร์ฟ...เราเป็นเพื่อนกันนะ เพื่อนต้องช่วยเพื่อน....แล้วก็ต้องเสียใจเวลาเพื่อนถูกทำร้ายสิ " ผมนิ่งอึ้งไป ขอบตาร้อนผ่าวไปหมด ก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงหยดน้ำที่ไหลรินลงมาเต็มใบหน้าที่ตอนนี้มีผ้าก็อชติดไว้เต็ม

" ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำพ่อ...ฉันไม่ได้อยากฆ่าเขา...ฉันไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป...ทำไมพ่อเกลียดฉัน พ่อไม่รักฉันเหรอ " ผมพรั่งพรูความรู้สึกออกมา ราวกับว่าถ้าได้พูดออกไปแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้น อ้อมกอดของลิลี่อบอุ่นจนเหมือนว่าผมจะได้รับการอภัยทุกอย่าง

" เซิร์ฟ ร้องไห้ออกมานะ ร้องออกมา ร้องเถอะ มันจะทำให้ดีขึ้น " เธอบอกผม

นานแค่ไหน....

นานเหลือเกิน...ที่เธอกอดผมเอาไว้...

นานเหลือเกินที่หยาดน้ำตาของผมไหลลงมา...

ความอบอุ่นของลิลลี่...ผมจะไม่มีวันลืม...

อบอุ่นเหมือนแสงตะวัน...

ผมรู้สึก...บางอย่างในใจ มันถูกแสงอันอบอุ่นละลายออกไป

มันคืออะไรกันนะ...

TBC

จากใจคนแต่ง - กว่าจะปั่นจบ ต้องแบ่งเป็น 3 ตอนจนได้ ยาวเกิน -*- อ่านแล้วดูๆ ไม่รันทดเท่าไหร่ อยากให้มันรันทดกว่านี้ ป๋าเราชีวีต้องบัดซบกว่านี้ (หาเรื่องโดนแฟนคลับรุมเตะ) เอ...ลิลลี่เป็นแสงอาทิตย์แบบนี้ ก็เท่ากับว่า แสงอาทิตย์ - อังศุมาลิน - ฮิเดโกะ กร๊ากกก คู่กรรม เวอร์ชั่นไหนเนี่ย พอเหอะๆ เดี๋ยวเราจะเพ้อไปกว่านี้ รีบไปปั่นตอน 3 ดีกว่า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอ้ว โนววววววววววว แค่นี้ยังรันทดไม่พอีกเหรอ ไม่ไหวแล้ว เศร้าโฮกกกกกกกก ทำไมชีวิตป๋ามันบัดซบสิ้นดีแบบนี้ แง้ๆ ลิลี่น่ารักมากๆเลย สดใส เหมือนที่จินตนาการไว้เป๊ะ แอบลุ้นว่าเซฟจะฆ่าพ่อป่าว อย่าทำพ่อนะ ถึงพ่อจะแย่ก็ตาม โธ่ๆๆๆ สงสารจังเรย

**ตั้งชื่อ เซิร์ฟ แปลกดี เหอๆ เราชอบเรียกตามลิลี่ในหนังสือว่า เซฟ (Sev)

#1 By ~:. t r u s t.:~ on 2007-08-15 18:20

หวานหยดเชียวกั้ง

#2 By ใบระกา on 2007-08-15 19:42

โอ้.......... เซวี่ ชีวิตเธอช่างน่าเศร้า

แหม....... เหมือนพ่อ แต่ส่วนตัวผมว่าสเนปเหมือนแม่นะ ส่วนที่เหมือนพ่อก็แค่ เพศกับจมูก

#3 By ซามมาเอล (202.29.20.21 /unknown) on 2007-08-30 14:12