[Fiction Spoiler HP 7] In the Time...I love You...

posted on 11 Aug 2007 12:56 by melanie  in Fiction

เนื้อหา Fiction เรื่องนี้ มีการกล่าวถึงฉากสำคัญต่างๆในเล่ม 7 ของ Harry Potter หากไม่ประสงค์จะรู้เนื้อเรื่องก่อน ปิดไปเลยค่ะ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

.

.

.

.

.

.

.

[Fiction Spoiler HP 7]: In the Time...I love You....
By : M_Black [Melanie Isis Vivian Black]
Style : Drama , Romantic
Paring : Severus Snape & Lily Even

Waring : เนื้อเรื่องอาจจะไม่ตรงตามต้นฉบับบ้าง เพราะนี้เป็นเรื่องแต่ง คนเขียนอาจเปลี่ยนแปลงหรือเสริมเนื้อหาบางอย่างเข้าไปบ้าง ขออภัยหากทำให้อรรถรสในการอ่านลดลง

" มองฉันสิ... "

นั่นคือคำพูดสุดท้ายก่อนที่สติของผมจะสิ้นสุดลง...สิ้นสุดลงพร้อมๆกับลมหายใจที่รวยรินเต็มที...ผมเหนื่อยเหลือเกินกับการมีชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีคนที่ผมรัก ไม่มีอีกแล้วสำหรับสาวผมแดง ร่างโปร่งบางและดวงตาสีเขียวใสนั่น...ไม่มีอีกแล้วนับแต่วันนั้น...

อย่างน้อยผมขอเพียงได้มองแววตาสีเขียวนั่น ขอเพียงอีกครั้งที่จะได้มอง...

ดวงตาของคนที่ผมเฝ้ารักมาชั่วชีวิต...

และจะรักตลอดไป...

ชีวิตของผมก็ไม่ต่างอะไรกับหนอนแมลงที่ได้แต่อุดอู้อยู่ในรู มีชีวิตไปวันๆ แสงอาทิตย์ไม่เคยจะสาดส่องลงมาหาผมแม้สักครั้ง ภาพที่จำได้ติดตามนับแต่จำความได้ก็มีแค่ ตรอกเฉอะแฉะ ผู้คนชั้นล่าง ความสกปรกน่าสะอิดสะเอียนของมุมมืดเล็กๆแห่งหนึ่ง ครอบครัวก็ไม่ได้ดีเด่นอะไร ผมมีแค่แม่เท่านั้น ส่วนพ่อ...เป็นเพียงมักเกิ้ลขี้เมา ที่เมื่อต้องการเจ้าของเหลวสีอำพันบัดซบนั่น ก็จะมาเรียกร้องเอาจากแม่ และเมื่อไม่ได้ ก็จะเข้าทำนองเดิมของคนต่ำๆ คือตบตีแม่ของผมแน่นอนว่ารวมทั้งผมด้วย...

" เซเวอร์รัส ยกโทษให้แม่ด้วย " ผมได้ยินคำนี้เป็นล้านครั้ง ไม่สิ...นับไม่ถ้วนเลยต่างหาก แม่อ่อนแอเกินกว่าจะปกป้องผมจากพ่อ แม่อ่อนแอเกินไป แต่ผมไม่เคยโกรธแม่ แม่พยายามอย่างดีแล้วสำหรับผมและตัวแม่เอง...ผมรักแม่มากเกินกว่าจะชิงชังท่านได้ ที่ผมรังเกียจคือพ่อ พ่อมักเกิ้ลสารเลวที่ทำร้ายแม้แต่ลูกเมียของตนเอง พยายามเหลือเกินจะปฏิเสธความเป็น แม่มดพ่อมด จากแม่และผม บังคับให้เราเป็น คนธรรมดา ที่ควรจะเป็น เขารังเกียจเราสองแม่ลูก แต่ที่เขาไม่ไปจากเราเพราะแค่เงินเล็กๆน้อยๆ สำหรับเหล้าสักชวดใน 1 วัน

...ผมเกลียดเหล้า...

...เกลียดพ่อ...

...เกลียดการมีครอบครัว...

...เกลียดโชคชะตาที่ไม่เคยยิ้มให้ผม...

พอผมโตขึ้น...แม่รู้ดีถึงเลือดความเป็นพ่อมด ในตัวผม...แม่รู้ดี ว่าเลือดของมักเกิ้ลขั้นต่ำของพ่อไม่เคยจะทำให้ผมด้อยกว่า พ่อมดแม่มด คนอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย แม่จึงเริ่มพาผมเข้าสู่ โลกของแม่ โลกของผมมากขึ้น ผมดีใจที่ผมเป็นพ่อมดแม่มด ผมดีใจเมื่อรู้ว่า ยามเมื่อผมอายุ 11 ผมจะได้ไปเรียนในโรงเรียนดีๆ ห่างไกลจากไอ้พ่อสารเลว และสภาพสังคมที่ดีกว่านี้ แต่กว่าจะถึงวันนั่น...ผมผ่านคืนวันที่เลวร้ายยิ่งกว่าตกนรก ใช่...อาจะจะตกจริงๆก็ได้ แต่เป็นนรกที่เรียกว่าตายทั้งเป็น...

ผมจำไม่ได้หรอว่า ผมโดนพ่อทำร้ายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันเหมือนกับว่า ผมโดนมานานมากเหลือเกิน ถ้าเค้าไม่เมาอย่างดีก็แค่ต้องทนฟังสบถหยาบคายจากปากเค้า แต่ถ้าเค้าเมาหมายความว่ามันจะไม่จบแค่นั้น มันมีตั้งแต่ตบจนหน้าหัน เตะต่อย ฟาดด้วยเข็มขัด และการลงโทษสารพัดวิธีที่เค้าจะหามาทำได้ แม่โดนน้อยกว่าผม เพราะมากสุดก็คือตบ แต่ผมไม่ยอม หากเค้าจะทำอะไรแม่ เพราะงั้น ทุกครั้งที่เข้าไปขวาง ผมจึงกลายเป็นเบาะรองรับอารมณ์ชั้นดีที่พ่อใช้ แต่ผมหยิ่งในศักดิ์ศรีเกินกว่าจะกอดขาพ่อแท้ๆอ้อนวอนให้เขาหยุดเสียที ผมไม่ทำหรอก อย่างดีก็แค่พิการ หรือถ้าจะให้ดีที่สุดคือตายไปเลย นั่นเป็นทางเลือกที่ผมมี ผมไม่เคยนึกอยากมีชีวิตเท่าไหร่ออยู่แล้ว ที่ผมยังทนอยู่ได้เพราะแม่ ผมรักแม่มากเกินกว่าจะให้แม่มาเจ็บตัวเพราะผม ผมเจ็บเองเสียยังดีกว่า

ครั้งหนึ่ง...แม่พาผมไปซื้อหนังสือ ผมมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ร้านรวงสว่างไสว คึกคักจอแจ เต็มไปด้วยผู้คนแบบที่ผมเป็น เราสองแม่ลูกหยุดอยู่ร้านหนังสือมือสองร้านหนึ่ง และก็ออกมาจากร้านพร้อมกับหนังสือเล่นหนึ่ง เป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตที่แม่พามาซื้อด้วยเงินเก็บของแม่และของผมช่วยกันออก แม้สภาพของมันจะไม่ได้หรูหรา ใหม่เอี่ยมอ่องแต่มันก็ดีพอสำหรับคนอย่างผม หนังสือนั่นเกี่ยวกับการปรุงยาขั้นพื้นฐาน ผมรู้สึกชอบมัน และไม่ยอมปล่อยเวลาที่มีอยู่ให้ผ่านไปโดยไม่อ่านมันเลย แม่ยิ้มให้ผมทุกครั้งที่เห็นผมที่มักแต่จะมุดตัวอยู่ในห้อง ออกมานั่งที่โต๊ะอาหารในห้องครัว เฝ้าแต่อ่านหนังสือ และบางครั้งแม่ก็จะมานั่งอ่านด้วย พร้อมแกล้งถามผมถึงตัวยาต่างๆ แน่นอนว่าผมตอบได้หมด แม่ดีใจที่ผมมีความจำดี เลยสัญญาว่าถ้าแม่เก็บเงินได้มากกว่านี้อีกแม่จะซื้อชุดปรุงยาพื้นฐานจริงๆให้ผม แม้ผมจะไม่รู้ว่าแม่จะซื้อให้ผมได้มั้ย แต่แค่นั้นผมก็ดีใจแล้ว

ผมมีความสุขจากหนังสือเล่มเล็กๆเก่าคร่ำคร่า...

และความทุกข์ก็ตามมาหลังจากที่พ่อเห็นหนังสือเล่มนี้....

มันเหมือนมีพายุร้ายโหมพัดเข้ามาในบ้านเรา หนังสืออยู่ในมือของพ่อผม และเพียงชั่วพริบตาร่างของเด็กวัยเพียง 9 ขวบกว่าๆก็โดนเหวี่ยงไปกระแทกกำแพงเสียงลั่น แม่หวีดร้อง พยายามเข้ามาห้ามพ่อ แต่ก็เหมือนทุกครั้งแม่เองก็มีสภาพไม่ต่างจากผม ร่างบางของแม่ล้มลงกองกับพื้น เลือดสีแดงเข้มไหลรินจากเรือนผมสีดำสวยเหมือนของผม ผมพยายามพยุงร่างตนเองให้ไปหาแม่ แต่ไม่ทันไรก็โดนต่อยเข้าที่หน้ากลิ้งไปอีกทาง

" พวกแก ใช้เงินของฉันไปซื้อไอ้หนังสือบ้าๆ แบบนี้งั้นเหรอ " พ่อตวาดก้อง ผมแค่นยิ้มกับตัวเอง ทั้งที่เลือดกำเดายังไหลไม่หยุดจากจมูก และพ่อก็กำลังย่างสามขุมเข้ามาหาผมอีกครั้ง

...เงินของพ่อ...น่าหัวร่อ...แม่ทั้งนั้นที่เป็นคนหาเงินมา...

...ผู้ชายคนนี้..หน้าด้านอ้างตัวเองว่าหาเลี้ยงครอบครัวมาได้อย่าไร....

...แม่ทั้งนั้นที่เลี้ยงผม...

...แม่เท่านั้นที่รักผม...

...แต่ทำไมพ่อถึงไม่รักผมแบบแม่...

...และทำไมพ่อถึงไม่รักแม่....

คืนนั้นจบลงที่ผมหัวแตก และกระดูกแขนหัก ผมไม่อยากอธิบายว่าพ่อทำโทษผมอย่างไง ผมถึงเจ็บตัวขนาดนี้ เพียงแต่ขวดแก้วใส่น้ำแตกละเอียด และตู้เก็บจานพังลงมาก็เท่านั้นเอง หนังสือเล่มแรกของผมถูกฉีกเป็นชิ้นๆ โยนเข้าเตาผิง ไม่ถึงนาที มันก็ไหม้จนหมด แม่บอกว่าดีที่ผมสลบไปก่อน ไม่อย่างนั้นผมอาจจะโดดเข้าไปในเตาผิงเพื่อเอามันออกมา และพ่อก็คงจะโมโหมากกว่านี้แน่ เมื่อผมตื่นมาก็เห็นตัวเองในสภาพเดิมๆ เต็มไปด้วยผ้าพันแผล และแผลเต็มตัว ไม่แปลกหรอก ผมโดนจนชินเสียแล้ว แต่ก็เพิ่งจะชินเท่านั้น พ่อทำร้ายผมทำร้ายแม่มามากมายเหลือเกิน แม้แต่ครั้งนี้ หนังสือราคาถูกที่แม่ผู้ยากจนจะหาซื้อให้ลูกชายเพียงคนเดียว ผู้ชายคนนั้นยังทำได้ลงคอ แน่นอนผมไม่ร้องไห้ แต่แค่ต่อหน้าแม่ เพราะผมรู้ดีว่าแม่เศร้าแค่ไหนยามเห็นผมร้องไห้ เพราะงั้นผมจะร้องเมื่อแม่เดินออกไปจากห้องของผมเท่านั้น ดาวเคลื่อนตัวไปพร้อมๆกับจันทรายามค่ำคืน แต่ผมมองมันไม่เห็น ผมเห็นแต่คลองน้ำตาที่ไหลรินลงเงียบๆ ไร้เสียงสะอื้น ไร้การคร่ำครวญหวนไห้ มีเพียงเด็กชายที่โชคชะตาเล่นตลกเท่านั้นเอง

...จากที่เคยหวาดกลัว...

...เคยร้องไห้ราวจะขาดใจว่าทำไมถึงโดนแบบนี้...

...มันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาสุดหัวใจที่ได้มา....

...ไม่ยินดียินร้าย...

...ไม่เคยคิดจะให้อารมณ์ของตนเองมาอยู่เหนือเหตุผล....

....ผมจะปิดกั้นตัวเองจากทุกอย่าง...

...ปิดกั้นจากทุกคน...

...จะไม่มีใครเห็นความรู้สึกของผมนอกจากแม่...

...เซเวอร์รัส สเนป เป็นแค่คนที่ไร้อารมณ์เท่านั้น...

กาลเวลาเคลื่อนคล้อยไปตามเรื่องราวของมัน ผมเพิ่งจะผ่านวันเกิดอายุ 10 ปีไป ไม่มีงานฉลอง ไม่มีของขวัญ มีแต่คำอวยพรที่แม่ให้ผม พ่อทำเหมือนผมไม่มีตัวตน เค้าเข้ามาในบ้านแค่มานอนอุตุ แล้วสักพักก็ออกไปหาเหล้ากิน เหมือนเช่นทุกวัน ผมสังเกตว่าตั้งแต่ผมเริ่มทำหน้าเย็นชา ทำเหมือนคนไร้อารมณ์ พ่อก็ไม่ค่อยยุ่งกับผมมากนัก หรืออาจเป็นเพราะผมใกล้ความเป็น พ่อมดแม่มด เข้าไปทุกที แม่บอกว่าพ่อเหมือนจะกลัวสายตาของผม แม่บอกอีกว่าตาของผมเหมือนกับคุณตา คมกล้าดำสนิทดูองอาจและหยิ่งทระนงนัก แม่ภูมิใจในตัวผม ผมที่สืบสายเลือดตระกูล พรินซ์ มากกว่าจะไปสืบสาย สเนป แต่ผมไม่ค่อยใส่ใจนัก ยิ่งโตขึ้นผมก็ยิ่งเข้าใจ ถึงจะเกลียดพ่อแค่ไหน แต่ผมปฏิเสธไม่ได้เลยวา เลือดครึ่งหนึ่งในตัวผมมีเลือดของมักเกิ้ลธรรมดาอยู่ แต่แม่ก็พร่ำสอนเสมอว่า ผมเป็นหนึ่งในสายตระกูลเลือดบริสุทธิ์ จงภูมิใจในสายเลือดของตัวเอง

...จงภูมิใจ...

...ผมอยากบอกแม่เหลือเกิน...ผมไม่มีสิทธิ์ภูมิใจ...

...ผมเป็นแค่ เด็กเลือดผสม....

...แต่ผมก็ไม่คิดทำให้ตระกูลผมเสื่อมเสีย...

...ผมรักตัวเองเกินกว่าจะทำแบบนั้น...

" เซเวอร์รัส...แม่อยากให้ลูกมีความสุขนะ...อยากให้ลูกเติบโตเป็นพ่อมดที่เก่งกล้าไม่แพ้ใครๆ มีครอบครัวที่ดี ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้พบรักกับผู้หญิงที่จะเป็นแม่ของลูกของลูกได้ดีกว่าที่แม่เป็นนะ เซเวอร์รัสสัญญากับแม่นะ ลูกจะต้องมีครอบครัวที่อบอุ่นกว่านี้ แล้วลูกต้องมีหลานน่ารักๆให้แม่ " แม่เคยบอกกับผมแบบนี้ ผมตอบตกลงแม่ไป ทั้งๆที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าคนอย่างผมไม่มีใครเค้าต้องการ แต่ใจหนึ่งก็อดเฝ้ารอไม่ได้

...สักวันผมจะได้เจอคนที่รักผมเหมือนที่แม่รักผมไหม...

...สักวันผมจะเจอใครสักคนที่ผมรักบ้างไหม...

...คงมีสักวัน....

....................
..................
................
..............
.............
.........
........
.......
......
....
....
...
..
.
ท่ามกลางยามสายของวันอาทิตย์ ผมเดินออกมาจากตรอกบ้านเกิด สองขาผอมๆเดินย่ำต๊อกไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่มาหยุดตรงสวนสาธารณะของย่านคนฐานะปานกลาง แต่ก่อนตอนที่เด็กกว่านี้ผมเคยสงสัยว่าทำไมผมถึงไม่ได้อยู่บ้านแบบนี้บ้าง...มีครอบครัวที่หัวหน้าครอบครัวใจดี ยามคริสต์มาสเราก็ฉลองกันด้วยพุดดิ้ง หรือไก่งวง ใช้เวลาว่างไปปิคนิค ตกปลาตามแบบที่ทำกัน พออายุเริ่มจะเข้าใจอะไรมากขึ้นอย่างที่เป็นอยู่ ผมก็รู้นั่นคือความฝันของเด็กคนหนึ่ง ผมตอนนี้ไม่มีทางจะไปไขว่คว้าความสุขแบบนั้นอีกแล้ว ที่ผมต้องการมีแค่ได้เรียนที่ดีๆ ตั้งใจเรียน มีเงินพอให้แม่มีความสุข และเติบโตให้มากพอที่จะปกป้องแม่จากพ่อได้ กว่าจะรู้ตัวอีกที ผมก็นั่งลงที่ม้านั่งยาวริมทะเลสาบ เฝ้ามองน้ำใสไหลเอื่อยๆไปเรื่อย ปล่อยใจล่องลอยไปเรื่อยๆ ตอนนั้นเองที่ผมได้ยินเสียงหัวเราะแว่วดังมาจากด้านหลัง เสียงเด็กผู้หญิงหัวเราะกันลั่นเลย ผมออกจะรู้สึกรำคาญเล็กน้อยก็เลยกะจะหันไปด่าด้วยสายตาซะหน่อย แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลายเป็นว่าผมเอาแต่แอบมอง เด็กพวกนั้นไป เด็กหญิงสองคน กำลังเล่นกันตรงน้ำพุ เสียงหัวเราะหวานใสเสริมสร้างบรรยากาศให้ดูสดชื่นอย่างที่ผมบอกไม่ถูก

แต่ที่สะดุดตาผมที่สุด...กลับเป็นเด็กหญิงผมสีสตอรเบอร์รี่ซอส เธอดูน่ารักมากในสายตาของผม ดวงตาใสๆนั้นเป็นสีเขียวเหมือนมรกต รูปร่างผอมบาง ผมเอาแต่นั่งจ้องเธออย่างลืมตัว ทัศนะสายตาของผมที่เอาแต่มองวิวทิวทัศน์ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเด็กหญิงวัยไล่กับผม ที่กำลังเล่นน้ำพุกลางลานอย่างสนุกสนาน แต่ก่อนที่ผมจะได้นั่งจ้องเธอนานไปกว่านี้....ร่างเล็กผมแดงก็เดินมาทางผมเสียแล้ว หยดน้ำที่เกาะพราวตามเรือนผมนั้นสวยงามจนเล่นเอาผมจ้องตาไม่กะพริบ และเมื่อรู้สึกตัวอีกที...เธอก็อยู่ข้างหน้าผมแล้ว....

" สวัสดี...เธอมาจากไหนเหรอ.... " เสียงที่ทักนั้นหวานยิ่งกว่าขนมทุกชนิดที่ผมเคยกินมา


......บางที....ผมอาจเจอคนที่แม่บอกแล้วก็ได้.....

TBC.

จากใจคนแต่ง - เฮอะ....ไม่น่ารีบไปอ่านสปอยล์เลย....เจอคู่นี้เข้าไป ใบ้รับประทานอย่างแรง ป้าโจแกหักหลังกันง่ายๆแบบนี้เลย นี่มันแฮร์รี่ หรือหนังเรื่องเพื่อนสนิทเนี่ย!!! ทำไปได้ -*- สเนปตรูหมดมาดเลย ทำตัวเป็นสโตคเกอร์อีกต่างหาก ไปเฝ้าเค้าหน้าหอนอน ป๋ากรู!!! หมดกัน ความจริงกะแต่งตอนเดียวจบ แต่คิดไปคิดมา ขี้เกียจ ละเอียดไป ซอยย่อยเป็น 2 ตอนดีกว่า อ๋อ...ถ้างงๆว่าทำไมมันดูแปลกๆ ไม่เหมือนในหนังสือ ก็คืออยากบอกว่าคนแต่งยังไม่ได้อ่านเล่ม 7 จริงๆหรอก แค่เก็บๆรายละเอียดจากสปอยล์เอา + ความเน่าเข้าไปอีกนิด ก็ได้ออกมาแบบนี้แหล่ะ ความจริงอยากได้ให้มันรันทดกว่านี้ แต่ดันทำไม่ได้ ส่วนมากถ้าเป็นตัวละครชายจะจัดให้เศร้าไม่ค่อยได้ แต่ถ้าเป็นตัวละครหญิง เกริ๊บๆ เสร็จตรู... แต่ตอนนี้กำลังชั่งใจอยู่ว่าเอาเป็นตอนเดียวจบแค่นี้เลยดีมั้ย แต่คงไม่ได้หรอก มันจำต้องต่อยอด ไม่น่าดันทุรังแต่งเลย เน่าสนิท ห่วยแตกสิ้นดี แต่งด้วยความมึนเมาสุดๆ ภาษาก็ยังไม่ได้ตรวจ (ไม่ได้ชอบคู่นี้นี่นา...-*- แต่งได้ก็เก่งแล้ว...) แถมเพิ่งขุดเอาฟิค เรื่อง Lost มาอ่านใหม่ด้วย จบสิ้นจิ้นคู่นี้ไม่ออก (ในหัวมีแต่ เซิร์ฟมีอา เซิร์ฟมีอา จะบร้าตาย) แต่ขอลงไว้ก่อน เดี้ยวรอหายสติหลุดก่อนจะกลับมาแต่งต่อ TT^TT กำลังคิดว่าจะแต่ง ลูปินท็องส์ดีมั้ย อยากแต่งคู่นี้มากเลย อ่านเล่ม 7 แล้วรู้สึกว่าน่ารักดี ถึงจะ....เฮ้อ....เอาเต๊อะ ป้าเจเคแกทำลงไปแล้วนิ - -

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แต่งได้ดีมากๆ ชอบ ชีวิตรันทดสุดๆไปเลย โฮๆๆ รีบๆมาต่อน้า

ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะ ว่าสเนปจะรักลิลี่ได้ขนาดนี้ เราเคยคิดว่าแค่แอบๆชอบจากตอนเล่ม 5 ที่แฮร์รี่เห็นความทรงจำของสเนปน่ะ แต่พอมารู้ว่ารักมากขนาดนี้ยิ่งปลื้มอ่ะ รักสเนปที่สุดเลย กรี๊ด

เราแอดน้า

#1 By ~:. t r u s t.:~ on 2007-08-12 23:10

สนุกครับ ว่างๆ มาอ่านฟิกผมที่มักเกิ้ลไทยกับเด็กดีบ้างสิ

เรารักสึเนะทั้งคู่เลยเนอะ แต่มุมมองอาจจะต่างกันหน่อย

#2 By ซามมาเอล (202.29.20.21 /unknown) on 2007-08-30 14:05